belanegara – ทัพ "แซมบ้า" บราซิล ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จอย่างสุดระทึก หลังพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ "ซามูไรบลู" ญี่ปุ่น ไปได้ 2-1 โดยได้ประตูชัยจาก กาเบรียล มาร์ติเนลลี ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งเป็นประตูที่ตัดสินเกมอันเข้มข้นจนวินาทีสุดท้าย แม้ญี่ปุ่นจะออกนำไปก่อน สร้างความกดดันให้บราซิลไม่น้อย แต่ขุนพลเซเลเซาก็แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่ง ไล่บดขยี้จนยิงคืนได้สองประตู
เกมเริ่มต้นขึ้นด้วยการที่บราซิลครองบอลบุกอย่างต่อเนื่อง บรูโน่ กิมาไรส์, วินิซิอุส จูเนียร์ และมาเธอุส คุนญ่า ต่างมีโอกาสลุ้นทำประตูหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคม ไม่สามารถเจาะแนวรับอันเหนียวแน่นของญี่ปุ่นได้ ทว่ากลับเป็น "ทัพซามูไร" ที่สร้างเซอร์ไพรส์ เมื่อ ไคชู ซาโนะ ส่องไกลจากนอกกรอบเขตโทษในนาทีที่ 29 บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม พาญี่ปุ่นขึ้นนำ 1-0 ช็อกแฟนบอลแซมบ้าไปตามๆ กัน สกอร์นี้คงอยู่จนจบครึ่งแรก แม้บราซิลจะพยายามอย่างหนักเพื่อทวงประตูคืน

กลับมาในครึ่งหลัง บราซิลเร่งเครื่องบุกหนักขึ้นทันที โชคร้ายที่ต้องเสีย ลูคัส ปาเกต้า ที่ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยนตัวเอา เอ็นดริค ลงมาแทน และความพยายามก็มาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 56 เมื่อ คาเซมิโร่ ซัดประตูตีเสมอจากในกรอบเขตโทษ หลังรับบอลจาก กาเบรียล มากัลเญส ได้อย่างเหมาะเหม็ง ประตูนี้ไม่เพียงเป็นประตูแรกของคาเซมิโร่ในฟุตบอลโลก 2026 เท่านั้น แต่ยังเป็นประตูแรกของเขาในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ยิงใส่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2022 อีกด้วย บราซิลยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง ซิออน ซูซูกิ ผู้รักษาประตูญี่ปุ่น ต้องออกแรงเซฟลูกอันตรายถึง 5 ครั้งตลอดทั้งเกม
แม้จะครองบอลและสร้างโอกาสได้ตลอดครึ่งหลัง แต่บราซิลก็เริ่มแสดงอาการหงุดหงิดจากการพลาดโอกาสทองหลายครั้ง ทั้งวินิซิอุส จูเนียร์ และมาเธอุส คุนญ่า ต่างก็พลาดจังหวะสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย ในขณะที่เกมดูเหมือนจะจบลงด้วยผลเสมอ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ก็ปรากฏตัวขึ้นในฐานะฮีโร่ผู้กอบกู้สถานการณ์ ในนาทีที่ 90+6 มาร์ติเนลลีใช้ความเยือกเย็นจัดการกับโอกาสในกรอบเขตโทษ ยิงประตูพาบราซิลพลิกกลับมานำ 2-1 ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นประตูแรกของเขาในฟุตบอลโลก 2026 ด้วยเช่นกัน ญี่ปุ่นไม่สามารถตอบโต้ได้ในช่วงเวลาที่เหลือ และแล้วเสียงนกหวีดหมดเวลาก็ดังขึ้น พร้อมกับชัยชนะ 2-1 ของบราซิล
ผลการแข่งขันนี้ทำให้บราซิลการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จตามเป้าหมาย ขณะที่ญี่ปุ่นต้องผิดหวังกับการพ่ายแพ้ในเกมที่พวกเขาออกนำไปก่อน หากมองภาพรวมของเกม บราซิลสมควรเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง จากการครองบอลและสร้างสรรค์โอกาสได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเกม แม้จะมีปัญหาเรื่องความเด็ดขาดในการจบสกอร์อยู่บ้าง ในทางกลับกัน ญี่ปุ่นก็สมควรได้รับคำชื่นชมอย่างมาก สำหรับการเล่นเกมรับที่แข็งแกร่งและมีวินัยเป็นเวลานาน สร้างความอึดอัดให้กับทัพแซมบ้าได้ไม่น้อย แต่ท้ายที่สุดแล้ว แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งก็ยากที่จะต้านทานได้ การเปลี่ยนตัว กาเบรียล มาร์ติเนลลี ลงมา จึงพิสูจน์แล้วว่าเป็นกุญแจสำคัญที่พลิกโฉมผลการแข่งขันในช่วงนาทีสุดท้าย