belanegara – ทัพ "อัซซูรี่" ทีมชาติอิตาลี โชว์ฟอร์มสุดแกร่งในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) หลังเปิดบ้านเอาชนะทีมชาติตุรกีไปได้อย่างเด็ดขาด 3-1 ส่งผลให้พวกเขาทะยานขึ้นไปรั้งอันดับ 2 ของกลุ่ม A1 พร้อมเก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนนสำคัญในการลุ้นตั๋วเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ
เกมนี้ โรแบร์โต มันชินี กุนซือใหญ่ตัดสินใจโรเตชั่นนักเตะยกใหญ่ โดยปรับเปลี่ยนตัวจริงถึง 9 ตำแหน่งจากเกมที่พบกับฝรั่งเศส มีเพียง จานลุยจิ ดอนนารุมมา และ อเลสซานโดร บาสโตนี เท่านั้นที่ยังได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามเป็นตัวจริง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กลับส่งผลดีเมื่อทีมสามารถคุมเกมและเก็บชัยชนะได้สำเร็จ
อิตาลีออกนำก่อนในนาทีที่ 26 จากจังหวะที่ โจวานนี ดิ ลอเรนโซ่ เปิดบอลจากริมเส้นเข้ากลางให้ จานลูก้า สกามัคค่า ซัดเต็มข้อเสียบใต้คานอย่างเฉียบคม ซึ่งถือเป็นประตูในนามทีมชาติลูกที่สองของเขา และเป็นการปลดล็อกการทำประตูในระดับนานาชาติได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023
แม้ตุรกีจะพยายามฮึดสู้จนตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 60 จากลูกยิงของ อาห์เมต อาร์สลัน แต่ความเด็ดขาดของอิตาลีก็มีมากกว่า เพียง 4 นาทีต่อมา ริคคาร์โด คาลาฟิโอรี ก็ทำประตูขึ้นนำให้เจ้าถิ่นด้วยลูกโหม่งจากฟรีคิกของ บาเรลล่า ซึ่งเป็นประตูแรกในสีเสื้อทีมชาติของเขา แถมยังเป็นการทำประตูในถิ่นเก่าอย่างโบโลญญ่าอีกด้วย และในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 88 ปิโอ เอสโปซิโต กองหน้าดาวรุ่งก็มาซัดปิดกล่องช่วยให้อิตาลีคว้า 3 แต้มเต็มไปครอง
หลังจบเกม โรแบร์โต มันชินี ยอมรับว่าทีมเริ่มต้นเกมได้ไม่ดีนักเนื่องจากการปรับทัพครั้งใหญ่ แต่ชื่นชมลูกทีมที่สามารถดึงสติและกลับมาครองเกมได้ "เราเริ่มเกมได้แย่ แต่เราแสดงให้เห็นว่าเราสามารถกลับมาสู่เกม สร้างโอกาส และทำประตูได้" มันชินี กล่าว
สถานการณ์ในกลุ่ม A1 ตอนนี้ อิตาลีมี 7 คะแนน ตามหลังฝรั่งเศสผู้นำกลุ่มอยู่ 3 คะแนน โดยมีเบลเยียมไล่ตามมาเป็นอันดับสามด้วย 6 คะแนน ส่วนตุรกียังคงไม่มีคะแนนในมือ สำหรับโปรแกรมถัดไป อิตาลีมีคิวต้องเปิดบ้านรับมือฝรั่งเศสในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ก่อนจะออกไปเยือนเบลเยียมในวันที่ 15 พฤศจิกายน ซึ่งถือเป็นเกมตัดสินชะตาสำคัญในการเข้ารอบต่อไป ตามรายงานจาก belanegara.co