belanegara – ศึกฟุตบอลลีกสูงสุดแดนอิเหนา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬากี ราฮา เมืองเตอร์นาเต้ กลายเป็นฝันร้ายของ เปอร์ซิค เคดิรี่ เมื่อพวกเขาโดน มาลุต ยูไนเต็ด ไล่ถล่มไปอย่างยับเยินด้วยสกอร์ 4-0 โดยเกมนี้ เปอร์ซิค ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่ต้นเกม ทำให้รูปเกมเป็นรองอย่างชัดเจน
มาลุต ยูไนเต็ด กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้สำเร็จ หลังจากพลาดท่าพ่ายแพ้ในนัดก่อนหน้านี้ โดยเกมนี้พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเก็บสามแต้มในบ้านให้ได้ เริ่มเกมมาทั้งสองทีมเปิดเกมรุกเข้าใส่กัน แต่เป็นเจ้าบ้านที่ครองบอลได้มากกว่า

จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 21 เมื่อ เรซัลดี้ เฮฮานูซ่า แบ็คซ้ายของ เปอร์ซิค โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม จากจังหวะเข้าสกัด ดาวิด ดา ซิลวา อย่างรุนแรง ทำให้ทีมเยือนต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนที่เหลือตลอดทั้งเกม
หลังจากนั้น มาลุต ยูไนเต็ด ก็เริ่มเดินหน้าบุกอย่างเต็มกำลัง และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 27 จากจังหวะที่ ซิโร่ อัลเวส โชว์ทักษะเลี้ยงบอลหลบแนวรับ เปอร์ซิค ก่อนจะซัดด้วยขวา บอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม
นาทีที่ 36 ดาวิด ดา ซิลวา ก็มาบวกประตูที่สองให้กับ มาลุต ยูไนเต็ด จากจังหวะที่ ยานเซ่ ซายูรี่ เปิดบอลจากริมเส้นเข้ามาหน้าประตู และดา ซิลวา ก็โฉบเข้ามาโหม่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย
ก่อนหมดครึ่งแรก ยาค็อบ ซายูรี่ ก็มาทำประตูตอกย้ำชัยชนะให้กับ มาลุต ยูไนเต็ด ในนาทีที่ 38 จากจังหวะที่รับบอลจากกลางสนาม ก่อนจะเลี้ยงเข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตู เปอร์ซิค เข้าไป
ในครึ่งหลัง มาลุต ยูไนเต็ด ยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง และมาได้ประตูที่สี่ในนาทีที่ 50 จากจังหวะที่ ไทโรน เดล ปิโน่ ฉกบอลจากความผิดพลาดของกองหลัง เปอร์ซิค ก่อนจะเลี้ยงเข้าไปยิงอย่างง่ายดาย
จบเกม มาลุต ยูไนเต็ด เอาชนะ เปอร์ซิค เคดิรี่ ไปอย่างขาดลอย 4-0 เก็บสามแต้มสำคัญ ทำให้พวกเขามีเพิ่มเป็น 37 คะแนน ขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนน ส่วน เปอร์ซิค เคดิรี่ ยังคงอยู่ที่อันดับ 13 มี 19 คะแนน
บทสรุปจาก belanegara.co: มาลุต ยูไนเต็ด กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซิโร่ อัลเวส และ ดาวิด ดา ซิลวา ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม เปอร์ซิค เคดิรี่ ต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของวินัยของผู้เล่น หลังจากที่ เรซัลดี้ เฮฮานูซ่า โดนใบแดงไล่ออกจากสนามตั้งแต่ต้นเกม
(หมายเหตุ: ผมได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาและสำนวนให้เป็นภาษาไทยที่เป็นธรรมชาติและน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยยังคงรักษาความหมายหลักของข่าวไว้ และหลีกเลี่ยงการแปลโดยตรง)

