belanegara – "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเดินหน้าเก็บชัยชนะได้อย่างสวยหรูในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026/27 เมื่อบุกไปถล่ม คริสตัล พาเลซ ถึงถิ่นเซลเฮิร์สต์ พาร์ค ด้วยสกอร์ขาดลอย 4-1 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยได้สองประตูจาก เออร์ลิง ฮาลันด์ และ รายัน เชอร์กี้ ช่วยให้ทัพของ เอ็นโซ มาเรสก้า เก็บ 6 แต้มเต็มจาก 2 นัดแรก พร้อมผงาดขึ้นนำจ่าฝูงชั่วคราวอย่างสง่างาม
ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ "เรือใบสีฟ้า" ทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกเป็นการชั่วคราว ขณะที่ "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ ต้องเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้เป็นนัดที่สองติดต่อกัน จมดิ่งอยู่ท้ายตารางโดยไร้แต้ม

เกมที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค เปิดฉากขึ้นมาอย่างดุเดือด โดยเป็นฝั่งเจ้าบ้าน คริสตัล พาเลซ ที่สร้างสรรค์โอกาสได้ก่อน เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ มีลุ้นทำประตูตั้งแต่นาทีที่ 2 แต่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตูของแมนฯ ซิตี้ ยังคงโชว์ฟอร์มเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม ตามมาด้วยการลองส่องไกลของ ไดจิ คามาดะ ที่บอลเหินข้ามคานออกไป
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มตอบโต้และมีโอกาสจาก อองตวน เซเมนโย ในนาทีที่ 7 แต่ ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารเจ้าบ้านยังคงเหนียวแน่น อย่างไรก็ตาม ความพยายามของทีมเยือนก็มาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 17 เมื่อ เออร์ลิง ฮาลันด์ โหม่งลูกเปิดของ เซเมนโย เข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ส่งให้ "เรือใบสีฟ้า" ขึ้นนำ 1-0
ฟิล โฟเดน เกือบจะบวกประตูเพิ่มให้ทีมได้ แต่ลูกยิงของเขาก็ยังคงเหินข้ามคานออกไป ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกทั้งสองทีมยังคงเปิดหน้าแลกกันอย่างสนุก แต่ก็ไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้จบ 45 นาทีแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงนำอยู่ 1-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เร่งเครื่องเดินหน้าบุกอย่างหนัก และมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 54 จากการยิงของ รายัน เชอร์กี้ ทำให้สกอร์ขยับเป็น 2-0
ทว่า คริสตัล พาเลซ ก็มาได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 56 แต่ที่น่าแปลกใจคือ ประตูดังกล่าวไม่ได้มาจากผู้เล่นของพวกเขาเอง หากแต่เป็น จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตูของแมนฯ ซิตี้ ที่ทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้สกอร์ไล่มาเป็น 2-1
ความหวังของ "ปราสาทเรือนแก้ว" ที่จะกลับสู่เกมก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะเพียงแค่ 3 นาทีถัดมา รายัน เชอร์กี้ ก็มาบวกประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ส่งให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทิ้งห่างเป็น 3-1 อีกครั้ง
และในนาทีที่ 84 เออร์ลิง ฮาลันด์ ก็มาตอกย้ำชัยชนะด้วยประตูที่สองของเขาในเกมนี้ ปิดฉากการแข่งขันด้วยสกอร์ 4-1 ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเด็ดขาด
ที่น่าสนใจคือ ประตูทั้งห้าลูกที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ล้วนแล้วแต่มีผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง โดย 4 ประตูเข้าสู่ตาข่ายของ ดีน เฮนเดอร์สัน และอีก 1 ประตูเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ ดอนนารุมม่า
ชัยชนะที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ครั้งนี้ยังคงเป็นเครื่องยืนยันสถิติอันยอดเยี่ยมของ เอ็นโซ มาเรสก้า ในฐานะผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่นำทีมเก็บ 6 แต้มเต็ม และนำเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก 2026-2027 อย่างสง่างาม
สถานการณ์กลับกันโดยสิ้นเชิงสำหรับ คริสตัล พาเลซ ภายใต้การคุมทีมของ ปิแอร์ เซจ ที่ยังคงไม่สามารถเก็บแต้มได้เลยจากการพ่ายแพ้เป็นนัดที่สองติดต่อกัน ทำให้พวกเขายังคงจมปลักอยู่ท้ายตารางโดยไร้คะแนน
สำหรับรายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีมมีดังนี้:
คริสตัล พาเลซ: เฮนเดอร์สัน (GK), คานโวต์, ริชาร์ดส์, โทมิยาสุ (ดิซาซี, น.74), คาลิลี (มิงเกซา, น.75), คามาดะ, วาร์ตัน, มิตเชลล์, ปิโน (โกโซ, น.68), เอ็นเคเทียห์ (แมคนีล, น.68), สแตรนด์ ลาร์เซน (เกสซองด์, น.63)
สำรอง: เบนิเตซ (GK), มูนญอซ, ฮิวจ์ส, เลอร์มา
แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ดอนนารุมม่า (GK), คูซานอฟ (เรส, น.89), ดิอาส, กวาร์ดิโอล (โควิชิช, น.75), โอ’ไรลีย์ (เบรธเวท, น.89), แอนเดอร์สัน (บูอัดดี, น.82), กูเอฮี, โฟเดน, เชอร์กี้ (แม็คไอดู้, น.82), เซเมนโย, ฮาลันด์
สำรอง: รุลลี (GK), อิต-นูรี, เอเชเวอร์รี, ลูอิส