belanegara – บราซิลต้องผิดหวังกับการคว้ามาได้เพียงหนึ่งแต้ม หลังทำได้แค่เสมอกับโมร็อกโกไปอย่างดุเดือด 1-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก กลุ่ม C ณ สนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม "เซเลเซา" ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเมื่อถูกนำไปก่อน แต่ดาวเตะอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ ก็สวมบทฮีโร่ซัดประตูตีเสมอได้สำเร็จก่อนหมดครึ่งแรก
ผลเสมอครั้งนี้ทำให้สถิติไร้พ่ายของบราซิลในฟุตบอลโลกขยายเป็นสามนัดติดต่อกัน ขณะที่โมร็อกโกยังคงต้องตามหาชัยชนะนัดแรกในสามเกมหลังสุดของทัวร์นาเมนต์เดียวกัน

ไซบารีสร้างเซอร์ไพรส์, วินิซิอุสตอบโต้ทันควัน
ตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม ทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกหมัดกันอย่างดุเดือด โมร็อกโกสร้างโอกาสเข้าทำหลายครั้งจาก บราฮิม ดิอาซ, บิลาล เอล คานนูส และ อัชราฟ ฮาคิมี่ แม้บราซิลจะครองบอลได้เหนือกว่า แต่กลับเป็นโมร็อกโกที่สร้างเซอร์ไพรส์ขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 21 จากจังหวะที่ อิสมาเอล ไซบารี ซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบตาข่ายชนิดที่ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูบราซิล หมดสิทธิ์ป้องกัน ทำให้โมร็อกโกขึ้นนำ 1-0
ประตูขึ้นนำของโมร็อกโกทำให้บราซิลต้องใช้เวลาพักใหญ่ในการเรียกจังหวะการเล่นของตัวเองกลับมา พวกเขาสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ยังไม่เฉียบคมพอที่จะเปลี่ยนเป็นประตูได้ อย่างไรก็ตาม ความพยายามของบราซิลก็มาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 32 เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวแทรกเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะซัดประตูตีเสมอเป็น 1-1 ได้อย่างยอดเยี่ยม
ช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งแรกเป็นไปอย่างสูสี บราซิลมีโอกาสเพิ่มเติมจาก ลูคัส ปาเกต้า และ มาร์กินญอส แต่ก็ไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1
ครึ่งหลังเต็มไปด้วยการแก้เกม
เริ่มครึ่งหลัง บราซิลมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่ง โดยส่ง ฟาบินโญ่ ลงมาแทน คาเซมิโร่ และ ดานิโล่ แทน โรเจอร์ อิบันเญซ เพื่อเพิ่มความสดและความหลากหลายในเกม
"เซเลเซา" ยังคงเป็นฝ่ายครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ บรูโน่ กิมาไรส์, ราฟินญ่า, อิกอร์ ติอาโก้ และ มาเธอุส คุนญ่า ต่างได้รับโอกาสทองในการทำประตู แต่ ยาสซีน บูนู ผู้รักษาประตูของโมร็อกโก กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนียวหนึบ เซฟลูกอันตรายช่วยทีมไว้ได้หลายครั้ง ทำให้สกอร์ยังคงเท่ากัน
ฝั่งโมร็อกโกเองไม่ได้สร้างโอกาสจะแจ้งมากนักหลังจากประตูของไซบารี พวกเขาแทบไม่มีจังหวะยิงตรงกรอบใส่ประตูบราซิลเลย อย่างไรก็ตาม ทีมจากแอฟริกาเหนือรายนี้ยังคงอันตรายจากจังหวะสวนกลับและลูกตั้งเตะ โดยมี บราฮิม ดิอาซ, อัชราฟ ฮาคิมี่ และ นีล เอล อายนาอุย คอยหาช่องเจาะแนวรับของบราซิลอย่างต่อเนื่อง
โอกาสทองหลุดมือในช่วงท้ายเกม
ช่วงท้ายเกม ความตึงเครียดของแมตช์เพิ่มสูงขึ้น บราซิลเกือบได้ประตูชัยจากโอกาสของ ดานิโล ซานโตส แต่ บูนู ก็ยังคงโชว์ปฏิกิริยาอันยอดเยี่ยมป้องกันไว้ได้อีกครั้ง
และโมร็อกโกก็มีโอกาสทองที่สุดท้ายอาจเปลี่ยนเป็นชัยชนะได้เช่นกัน ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อายูบ อมาอิมูนี-เอชกูยาบ ได้โอกาสยิงโล่งๆ หน้าประตูที่เปิดกว้างอยู่แล้ว แต่กลับพลาดไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้แฟนบอลโมร็อกโกต้องกุมขมับ
จนกระทั่งเสียงนกหวีดยาวดังขึ้น สกอร์ 1-1 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งสองทีมต้องแบ่งกันไปคนละแต้ม หลังจากการแข่งขันที่ดุเดือดกว่า 100 นาที
ผลเสมอครั้งนี้ดูจะน่าผิดหวังสำหรับบราซิล พวกเขาครองบอลได้มากกว่าตลอดทั้งเกม และสร้างโอกาสได้มากมายหลังพักครึ่ง แต่ปัญหาเรื่องความเฉียบคมในการจบสกอร์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข
โมร็อกโกอาจไม่ได้ครองบอลมากนัก แต่การจัดระเบียบเกมรับของพวกเขาสมควรได้รับการยกย่อง หากโอกาสทองในช่วงท้ายเกมถูกเปลี่ยนเป็นประตูได้สำเร็จ ชัยชนะก็คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาเลย
สำหรับข่าวสารและบทวิเคราะห์เชิงลึกจากโลกฟุตบอล สามารถติดตามได้ที่ Gilabola.com