belanegara – การแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา กลายเป็นค่ำคืนที่ แอนโทนี่ เซเมนโย่ จารึกชื่อเป็นฮีโร่ผู้สร้างความแตกต่าง เมื่อลูกยิงด้วยลูกส้นเท้าสุดเหนือชั้นของเขาในช่วงครึ่งหลัง เพียงพอที่จะพา "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉือนเอาชนะ "สิงห์บลูส์" เชลซี ไปได้อย่างหวุดหวิด 1-0 คว้าแชมป์รายการเก่าแก่ที่สุดของอังกฤษไปครองได้สำเร็จ
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คว้าดับเบิ้ลแชมป์ในประเทศไปแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพิ่งซิวถ้วยคาราบาว คัพ มาได้ และตอนนี้สายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปที่การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งพวกเขายังคงตามหลังอาร์เซนอลอยู่ 2 แต้ม โดยเหลือการแข่งขันอีก 2 นัด โอกาสในการคว้าทริปเปิลแชมป์ในประเทศยังคงเปิดกว้างอย่างน่าตื่นเต้น

เรือใบสีฟ้าเปิดฉากครองเกมทันที
เปิดฉากเกมมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ดาหน้าบุกเข้าใส่ทันที ครองบอลและสร้างความกดดันให้เชลซีแทบจะตั้งเกมไม่ได้ในช่วงต้น โอกาสแรกมาถึงนาทีที่ 7 เมื่อเซเมนโย่กระชากบอลเข้าเขตโทษแล้วซัด แต่ติดบล็อก บอลกระดอนมาเข้าทางโอมาร์ มาร์มูช ทว่าจังหวะยิงไม่คมพอ โรเบิร์ต ซานเชซ รับไว้ได้สบาย
แปดนาทีต่อมา เรือใบสีฟ้ายังคงอันตราย ลูกครอสเรียดของเซเมนโย่ผ่านหน้าประตูไป แต่เออร์ลิง ฮาลันด์ เข้าไม่ถึงที่เสาสองอย่างน่าเสียดาย
กว่าเชลซีจะเริ่มตั้งเกมบุกได้ก็ล่วงเลยไปหลังนาทีที่ 20 มาร์ค คูคูเรลล่า มีพื้นที่ทางซ้ายบ้าง ขณะที่เจา เปโดร ก็พยายามเจาะแนวรับซิตี้หลายครั้ง กระนั้น โอกาสยิงจะแจ้งก็ยังคงมีน้อย
ประตูฮาลันด์ถูก VAR ปฏิเสธ
นาทีที่ 27 เวมบลีย์เกือบได้ระเบิดความดีใจ เมื่อฮาลันด์ส่งบอลเข้าก้นตาข่ายจากระยะเผาขน แต่การฉลองของดาวยิงนอร์เวย์ต้องหยุดชะงักลงทันที เมื่อผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า มาเธอุส นูเนส อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนแล้วขณะรับบอลจากโรดรี้ ก่อนจะจ่ายให้ฮาลันด์
ซิตี้ยังคงพยายามหาช่อง แต่เชลซีก็เริ่มปรับตัวเข้ากับจังหวะเกมได้ดีขึ้นเรื่อยๆ โรเบิร์ต ซานเชซ ยังคงโชว์ฟอร์มหนึบ ปัดลูกยิงอันหนักหน่วงของฮาลันด์ไว้ได้ก่อนหมดครึ่งแรก จบครึ่งแรก สกอร์ยังคง 0-0
ลูกส้นเซเมนโย่ปลดล็อกประตูสำคัญ
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แก้เกมด้วยการส่ง รายัน แชร์กี้ ลงมาแทนในช่วงพักครึ่ง การเปลี่ยนตัวครั้งนี้ทำให้เกมรุกของซิตี้มีมิติที่แตกต่างออกไปทันที
เซเมนโย่พลาดโอกาสทองในนาทีที่ 48 เมื่อลูกโหม่งของเขาลอยข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ยืนโล่งๆ หน้าประตู
เชลซีพยายามเรียกร้องจุดโทษหลายครั้ง เจา เปโดร และ จอร์เรล ฮาโตะ ล้มลงในกรอบเขตโทษจากการปะทะกับผู้เล่นซิตี้ แต่ VAR ไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของผู้ตัดสิน
และแล้ววินาทีแห่งการตัดสินก็มาถึงในนาทีที่ 71! ฮาลันด์กระชากบอลไปทางซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนจะตบเรียดเข้ากลางประตู เซเมนโย่ไม่รอช้า ใช้ลูกส้นเท้าอันสุดสวยสะบัดบอลเข้าประตูเชลซีไปอย่างเหนือความคาดหมาย! เป็นประตูที่สวยงามและสุดยอดจริงๆ! เวมบลีย์แทบแตกด้วยเสียงเฮของแฟนบอลซิตี้!
เชลซีพยายามตอบโต้ทันควัน เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ได้โอกาสทองสามนาทีต่อมา แต่ลูกยิงของเขาลอยข้ามคานไป ความกดดันจาก "สิงห์บลูส์" เพิ่มขึ้นในช่วง 10 นาทีสุดท้าย แต่ซิตี้ก็เกือบได้ประตูเพิ่มหลายครั้งจากมาเธอุส นูเนส และ แชร์กี้
โอกาสสุดท้ายของเชลซีมาถึงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อเลียม เดแลป โหม่งลูกครอสของมาโล กุสโต้ แต่บอลหลุดกรอบไปนิดเดียว ไม่นานหลังจากนั้น เสียงนกหวีดหมดเวลาก็ดังขึ้น
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าถ้วยเอฟเอ คัพ กลับบ้านได้อย่างเป็นทางการ และยังคงรักษาโอกาสในการคว้าทริปเปิลแชมป์ในประเทศฤดูกาลนี้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!

