belanegara – บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลเยอรมันอีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นสมัยที่ 34 อย่างยิ่งใหญ่ หลังโชว์ฟอร์มสุดแกร่งพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ไปด้วยสกอร์ 4-2 ในเกมที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดราม่า การันตีตำแหน่งแชมป์แม้จะยังเหลือการแข่งขันอีกถึงสี่นัดก็ตาม
เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อทีมเยือน เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการพังประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 21 จากจังหวะที่ บิลาล เอล คานนูสส์ แทงบอลทะลุช่องให้ คริส ฟูห์ริช หลุดเข้าไปยิงเสียบมุมอย่างเฉียบคม แต่ประตูนี้กลับเป็นการปลุกยักษ์หลับให้ตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจก่อนหมดครึ่งแรก ทัพเสือใต้ก็ระเบิดฟอร์มทำสามประตูรวดพลิกสถานการณ์กลับมานำอย่างเหลือเชื่อ

ประตูตีเสมอเกิดขึ้นในนาทีที่ 31 เมื่อ จามาล มูเซียล่า โชว์ลีลาเลี้ยงบอลหลบผู้เล่นคู่แข่งหลายคน ก่อนจะจ่ายบอลถวายพานให้ ราฟาเอล เกร์เรโร ยิงจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือซาก สองนาทีต่อมา บาเยิร์นก็พลิกขึ้นนำได้สำเร็จจากจังหวะประสานงานอันยอดเยี่ยมระหว่าง หลุยส์ ดิอาซ และ นิโคลัส แจ็คสัน ที่ช่วยกันสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูแซงขึ้นนำ และก่อนหมดครึ่งแรก อัลฟอนโซ เดวีส์ ก็มาบวกประตูเพิ่มให้ทีมหนีห่างเป็น 3-1 ด้วยลูกยิงเท้าซ้ายนอกกรอบที่แฉลบเปลี่ยนทางเล็กน้อย ทำให้ผู้รักษาประตูคู่แข่งหมดสิทธิ์ป้องกัน
ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นที่สำคัญ เมื่อ แฮร์รี่ เคน กองหน้าตัวเก่งถูกส่งลงสนาม และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ในนาทีที่ 52 เคนจัดการซัดประตูที่สี่ให้กับบาเยิร์น หลังจากตามซ้ำลูกยิงของ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ที่ถูกผู้รักษาประตูคู่แข่งปัดออกมา ทำให้สกอร์ขาดเป็น 4-1 ประตูนี้ถือเป็นการปิดฉากความหวังของสตุ๊ตการ์ทในการกลับมาสู่เกมอย่างแท้จริง แม้ว่าทีมเยือนจะมาได้ประตูปลอบใจในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 88 จากลูกยิงไกลสุดสวยของ เชมา อันเดรส แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันได้ จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4-2
ในเกมนี้ อัลฟอนโซ เดวีส์ แบ็กซ้ายตัวจี๊ดของบาเยิร์น มิวนิค ถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่ง นอกจากจะทำประตูสำคัญที่ช่วยให้ทีมนำห่าง 3-1 แล้ว เขายังเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์เกมรุกทางฝั่งซ้ายตลอดทั้งเกม ด้วยความเร็วอันจัดจ้านที่วัดได้ถึง 34.21 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เร็วที่สุดในสนาม การประสานงานกับ หลุยส์ ดิอาซ สร้างโอกาสอันตรายให้ทีมได้หลายครั้ง ก่อนที่เขาจะถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 62
ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการคว้าสามแต้ม แต่ยังเป็นการยืนยันสถานะ ‘ราชันบุนเดสลีกา’ ของบาเยิร์น มิวนิค อย่างเป็นทางการ ด้วยการคว้าแชมป์สมัยที่ 34 ได้สำเร็จ แม้จะยังเหลือการแข่งขันอีกถึงสี่นัดก็ตาม แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นและศักยภาพอันไร้เทียมทานของทีมเสือใต้ในลีกสูงสุดของเยอรมนี

