belanegara – การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ได้เกิดเหตุการณ์สุดระทึก เมื่อยูเนี่ยน เบอร์ลิน เปิดบ้านเสมอกับ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ไปด้วยสกอร์ 1-1 ในเกมที่เต็มไปด้วยดราม่าช่วงท้าย ซึ่งทำให้การประเดิมสนามของ อัลเบิร์ต ริเอร่า กุนซือคนใหม่ของแฟรงค์เฟิร์ต ยังคงต้องรอคอยชัยชนะนัดแรกต่อไป
เกมนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการคุมทีมนัดแรกของ ริเอร่า อดีตดาวเตะลิเวอร์พูล ที่เข้ามาพร้อมภารกิจอันหนักอึ้ง ในการพาทีม "อินทรีแดงดำ" แฟรงค์เฟิร์ต หยุดสถิติไร้ชัย 6 นัดติดต่อกัน ขณะที่เจ้าบ้าน ยูเนี่ยน เบอร์ลิน เองก็อยู่ในสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก หลังไม่ชนะใครมา 5 เกม นับตั้งแต่ช่วงพักเบรกฤดูหนาว บรรยากาศในสนามยังคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยการแสดงโชว์สุดอลังการจากแฟนบอลยูเนี่ยน เบอร์ลิน เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของสโมสร จนควันจากการแสดงปกคลุมสนาม ทำให้เกมต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะในช่วงต้นเกม

แฟรงค์เฟิร์ตครองบอล แต่ยูเนี่ยน เบอร์ลินตั้งรับเหนียวแน่น
เริ่มเกม แฟรงค์เฟิร์ต ภายใต้การคุมทีมของริเอร่า แสดงให้เห็นถึงแนวทางการเล่นที่เน้นการครองบอล โดยตลอดครึ่งแรก พวกเขาครองบอลได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม การครองบอลที่เหนือกว่าไม่ได้นำมาซึ่งโอกาสทำประตูที่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากแนวรับของยูเนี่ยน เบอร์ลิน เล่นได้อย่างเหนียวแน่น ยากที่จะเจาะเข้าทำ ริตสึ โดอัน พยายามสร้างสรรค์เกมรุกจากฝั่งขวาหลายครั้ง ขณะที่ ฟาเรส ชาอิบี ลองยิงไกลในนาทีที่ 39 แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ ก่อนที่ยูเนี่ยน เบอร์ลิน จะเริ่มหาจังหวะของตัวเองได้ในช่วงท้ายครึ่งแรก อัลโยสชา เคมไลน์ เกือบทำประตูขึ้นนำให้เจ้าบ้านจากลูกวอลเลย์โค้งๆ ในนาทีที่ 41 แต่ คาเวา ซานโตส นายทวารแฟรงค์เฟิร์ต ยังเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่นานหลังจากนั้น อิลยาส อันซาห์ ก็เกือบฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ โรบิน คอช แต่ลูกยิงของเขายังหลุดกรอบไป
ดราม่าท้ายเกม! นำก่อนโดนตีเสมอพร้อมใบแดง
เข้าสู่ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกดุดันขึ้น แฟรงค์เฟิร์ตได้โอกาสทองในนาทีที่ 57 จาก ออสการ์ ฮอยลุนด์ ที่ซัดลูกจากการประสานงานของ ริตสึ โดอัน และ อาร์โนด์ คาลิมูเอนโด้ แต่ลูกยิงจากระยะประมาณ 9 เมตร กลับหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ยูเนี่ยน เบอร์ลิน ตอบโต้ด้วยลูกโหม่งของ ลีโอโปลด์ เคอร์เฟลด์ ที่ตรงตัว ซานโตส ก่อนที่ เดอร์ริค เคอห์น จะยิงเต็มข้อไปชนเสาในนาทีที่ 76
ขณะที่เกมทำท่าจะจบลงด้วยการไม่มีสกอร์ แฟรงค์เฟิร์ตก็มาพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จในนาทีที่ 84 จากจังหวะที่ มาห์มูด ดาฮูด พยายามยิงจักรยานอากาศแต่โดนบล็อก บอลมาเข้าทาง นาธาเนียล บราวน์ แบ็กซ้ายที่ตะบันเต็มแรง บอลพุ่งเสียบตาข่ายชนิดที่ เฟรเดริก รอนโนว์ นายทวารยูเนี่ยน เบอร์ลิน หมดสิทธิ์ป้องกัน
แต่ความได้เปรียบของแฟรงค์เฟิร์ตอยู่ได้ไม่นาน เพียงสามนาทีต่อมา ดราม่าก็บังเกิด เมื่อ ฮอยลุนด์ ได้รับใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังไปทำฟาวล์ รานี เคดิร่า ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น เคอร์เฟลด์ ที่รับหน้าที่สังหารไม่พลาด แม้ ซานโตส จะพุ่งปัดโดนบอลได้เล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการตีเสมอได้สำเร็จ ทำให้สกอร์กลับมาเป็น 1-1 และจบลงด้วยผลดังกล่าว
นาธาเนียล บราวน์ แบ็กซ้ายผู้โดดเด่นท่ามกลางผลเสมอ
แม้จะพลาดคว้าชัยชนะ แต่ นาธาเนียล บราวน์ ก็เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ และได้รับเลือกให้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์ ประตูของเขาเป็นการยิงจากในกรอบเขตโทษด้วยความเร็วสูงถึง 105.51 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พุ่งเสียบมุมล่างของประตูอย่างเฉียบคม ลูกยิงดังกล่าวมีค่าความน่าจะเป็นในการเป็นประตู (xG) เพียง 0.08 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม นอกจากการทำประตูแล้ว บราวน์ยังแข็งแกร่งในการป้องกันและมีส่วนร่วมในการขึ้นเกมรุกอย่างสม่ำเสมอ เขายังทำสถิติความเร็วสูงสุดเป็นอันดับสองในสนามที่ 34.06 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นรองเพียง เดอร์ริค เคอห์น ที่ทำได้ 34.09 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในเชิงสถิติ ยูเนี่ยน เบอร์ลิน สร้างโอกาสทำประตูได้มากกว่า โดยมีค่า xG อยู่ที่ 1.76 ขณะที่แฟรงค์เฟิร์ตมีเพียง 0.48 อย่างไรก็ตาม ทั้งสองทีมก็ต้องพอใจกับการแบ่งแต้มกันไป ผลการแข่งขันนี้ทำให้แฟรงค์เฟิร์ตยังคงไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ เพื่อหลุดพ้นจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก ขณะที่ยูเนี่ยน เบอร์ลิน อย่างน้อยก็เก็บเพิ่มได้หนึ่งแต้ม เพื่อรักษาอันดับของพวกเขาในตารางบุนเดสลีกาต่อไป
