belanegara – เส้นทางสู่รอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกของบาร์เซโลน่าดูเหมือนจะยากลำบากยิ่งขึ้น หลังจากที่พวกเขาต้องพบกับความพ่ายแพ้คาบ้าน 0-2 ต่อแอตเลติโก มาดริด ในศึกรอบ 8 ทีมสุดท้าย เลกแรก เมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำให้ความหวังในการผ่านเข้ารอบต่อไปต้องสั่นคลอนอย่างหนัก
ประตูแรกมาจากฟรีคิกสุดสวยของ Julian Alvarez ก่อนที่ Alexander Sorloth จะมาบวกประตูที่สองให้ทีมเยือน ภายใต้การคุมทีมของ Diego Simeone ที่วางแผนมาได้อย่างเฉียบคม จนสามารถบุกมาคว้าชัยชนะได้เป็นครั้งแรกที่สนามแห่งนี้ แสดงให้เห็นถึงแท็กติกที่เหนือชั้นของกุนซือชาวอาร์เจนตินา

จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นเมื่อ Pau Cubarsi กองหลังดาวรุ่งวัย 17 ปี ไปทำฟาวล์ Giuliano Simeone ในจังหวะที่กำลังจะหลุดเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษ ตอนแรกผู้ตัดสิน Istvan Kovacs ให้แค่ใบเหลือง แต่หลังจากมีการตรวจสอบ VAR คำตัดสินก็ถูกเปลี่ยนเป็นใบแดงโดยตรง ทำให้ดาวรุ่งจากลามาเซียรายนี้จะหมดสิทธิ์ลงสนามในเลกสอง ซึ่งจะไปเล่นที่บ้านของแอตเลติโก มาดริด ในสัปดาห์หน้า สถานการณ์นี้ถือเป็นหายนะซ้ำเติมสำหรับทีมเจ้าบ้านและ Hansi Flick กุนซือชาวเยอรมัน
ก่อนหน้านี้ Flick ก็ตัดสินใจผิดพลาดด้วยการส่ง Gerard Martin ลงเป็นตัวจริง และดร็อป Ronald Araujo กองหลังตัวเก่งไว้ข้างสนาม ซึ่งกลายเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ การทดลองแนวรับในเกมระดับแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 8 ทีมสุดท้าย กับทีมที่ดุดันและมีวินัยอย่างแอตเลติโก มาดริด ถือเป็นการกระทำที่ประมาทอย่างยิ่ง ใบแดงของ Cubarsi จึงไม่ใช่แค่โชคร้าย แต่เป็นผลพวงจากแนวรับที่ไม่พร้อมรับมือการโต้กลับเร็วและลูกทีมของ Diego Simeone ที่เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความพ่ายแพ้ 0-2 คาบ้าน พร้อมกับการขาดหายไปของกองหลังตัวหลักในเลกสอง คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับบาร์เซโลน่าในเวลานี้ Diego Simeone ได้พิสูจน์แล้วว่าแท็กติกของเขามีประสิทธิภาพและสามารถเจาะแนวรับของบาร์ซ่าได้ และมันยากที่จะเห็นบาร์ซ่าจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ที่มาดริด หากไม่มีการจัดระเบียบเกมรับที่แข็งแกร่ง บาร์เซโลน่าก็มีแนวโน้มที่จะถูกคู่หู Alvarez และ Sorloth ที่กำลังฟอร์มร้อนแรง เล่นงานอีกครั้งในเกมเลกสอง และอาจต้องบอกลาความฝันในถ้วยยุโรปไปในที่สุด
