เบติสยังแรงไม่หยุด! อิสโก้ซัดจุดโทษพา "โลส แวร์ดิบลังโกส" เชือดเฟเยนูร์ด คว้าชัยรวดในแชมเปียนส์ลีก
belanegara – ร้อนแรงเกินต้านทานสำหรับ เรอัล เบติส ยอดทีมจากลาลีกา สเปน ที่ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ไว้อย่างเหนียวแน่น ล่าสุดพวกเขาสามารถเปิดรังเซบีย่าเอาชนะ เฟเยนูร์ด ทีมแกร่งจากเนเธอร์แลนด์ไปได้อย่างหวุดหวิด 1-0 รักษาเรคคอร์ดชนะรวดในรายการนี้ไว้ได้อย่างน่าประทับใจ
ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ลูกทีมของ มานูเอล เปเยกรินี เดินหน้าเก็บแต้มเต็มได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งโชว์ฟอร์มดุเฉือนเอาชนะ ลีลล์ และ ปอร์โต มาได้ด้วยสกอร์เดียวกันคือ 3-2 ทำให้สถานการณ์ของพวกเขาในเวทียุโรปดูสดใสเป็นอย่างมาก
อิสโก้: ฮีโร่ผู้ปลดล็อกชัยชนะ
เกมนี้ เบติส เป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าเกือบตลอดครึ่งแรก แม้ว่าทางฝั่งเฟเยนูร์ดจะมีจังหวะสวนกลับที่น่ากลัว โดยเฉพาะจังหวะทองของ กิจวาย เซคีล ที่หลุดเข้าไปยิงในระยะจ่อๆ แต่กลับพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้สกอร์ยังคงนิ่งอยู่ที่ 0-0 จนจบครึ่งแรก
เข้าสู่ครึ่งหลัง ความกดดันที่เบติสสร้างขึ้นก็สัมฤทธิ์ผลในนาทีที่ 59 เมื่อผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษให้เจ้าถิ่น หลังพบว่า เจเรเมียห์ เซนต์ จัสต์ ใช้มือสัมผัสบอลในจังหวะสกัดลูกยิงของ อับเด เอซซัลซูลี และเป็น "อิสโก้" จอมเก๋าประจำทีมที่รับหน้าที่สังหารอย่างเยือกเย็น ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย พาเบติสออกนำ 1-0 ซึ่งนี่ถือเป็นประตูจากจุดโทษลูกที่สองของเขาในการแข่งขันรายการนี้ด้วย
บททดสอบความแกร่งในช่วงท้ายเกม
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มาอย่างง่ายดาย เมื่อในช่วง 25 นาทีสุดท้าย เบติสต้องเผชิญกับข่าวร้ายเมื่อ แอนโทนี ปีกตัวเก่งต้องถูกเปลี่ยนตัวออกเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ส่งผลให้เกมรุกของทีมลดประสิทธิภาพลงไปทันที ประกอบกับเฟเยนูร์ดที่โหมบุกหนักหวังทวงประตูคืน ทำเอาแฟนบอลเจ้าถิ่นในสนามถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้
แต่ด้วยเกมรับที่วินัยสูงและการคุมจังหวะที่ดี ทำให้ "โลส แวร์ดิบลังโกส" สามารถรักษาสกอร์นำนี้ไว้ได้จนสิ้นเสียงนกหวีดจบเกม ย้ำแค้นคู่แข่งและรักษาแต้มเต็มในแชมเปียนส์ลีกไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตามรายงานจาก belanegara.co
ด่านต่อไป: บุกเยอรมันดวลดอร์ทมุนด์
ภารกิจต่อไปของ เรอัล เบติส จะไม่ง่าย เพราะพวกเขาต้องยกพลบุกไปเยือนถิ่นเยอรมนีเพื่อดวลกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในวันพุธที่ 4 พฤศจิกายนนี้ เวลา 03.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าพวกเขาจะยังคงรักษาฟอร์มอันร้อนแรงนี้ไว้ได้หรือไม่ ในขณะที่เฟเยนูร์ดจะต้องกลับไปตั้งหลักเพื่อเตรียมรับมือกับ อินเตอร์ มิลาน ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ต่อไป