belanegara – แม้ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ปี 2026 เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่สมรภูมิการแข่งขันนอกสนามก็ดุเดือดไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแย่งชิงลายเซ็นผู้เล่นดาวเด่น ซึ่งในเวลานี้ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ยังคงครองแชมป์สโมสรที่ใช้จ่ายเงินมากที่สุด หลังเดินหน้าเสริมทัพอย่างไม่หยุดยั้ง
สิ่งที่น่าสนใจคือ สี่อันดับแรกของสโมสรที่ทุ่มเงินสูงสุดล้วนมาจากเวทีพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้ออันมหาศาลของลีกผู้ดี ขณะที่ยักษ์ใหญ่จากลีกอื่นอย่าง บาเยิร์น มิวนิค และ บาร์เซโลนา แม้จะมีการขยับตัวดึงผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมทีม แต่ก็ยังคงตามหลังกลุ่มผู้นำอยู่พอสมควร

สเปอร์สและเชลซี แข่งกันเป็นเจ้าบุญทุ่ม
จากข้อมูลของ Transfermarkt เผยว่า "ไก่เดือยทอง" ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ได้ทุ่มเงินไปแล้วกว่า 229.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.05 หมื่นล้านบาท) ทำให้พวกเขากลายเป็นสโมสรที่ใช้จ่ายเงินเปลืองที่สุดในตลาดรอบนี้
การทุ่มเงินครั้งใหญ่ของสเปอร์สมาจากดีลคว้าตัว ยาน พอล ฟาน เฮคเคอ กองหลังจากไบรท์ตัน รวมถึงการปิดดีลสองมิดฟิลด์ดาวรุ่งอย่าง มาเตอุส แฟร์นันเดส ด้วยค่าตัว 85 ล้านปอนด์ และ ซานโดร โตนาลี ที่ราคาเริ่มต้น 92.5 ล้านปอนด์ ซึ่งอาจพุ่งสูงถึง 100 ล้านปอนด์ในอนาคต นอกจากนี้ยังมี แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ มาร์กอส เซเนซี ที่ย้ายมาแบบไร้ค่าตัว
ตามมาติดๆ คือ "สิงห์บลูส์" เชลซี ที่ใช้เงินไปแล้วประมาณ 223.92 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.02 หมื่นล้านบาท) โดยพวกเขาเริ่มต้นตลาดด้วยการคว้าตัวดาวรุ่งอย่าง จีโอวานี เกวนด้า, เดนเนอร์, ดาสตัน ซัตปาเยฟ และ มาร์โก ปาเลสตรา ก่อนจะสร้างความฮือฮาด้วยการทุบสถิติค่าตัวนักเตะชาวอังกฤษ ด้วยการคว้า มอร์แกน โรเจอร์ส ด้วยค่าตัวสูงถึง 117 ล้านปอนด์ และเสริมทัพด้วย แดนนี่ เวลเบ็ค อีก 5 ล้านปอนด์
จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สู่บาเยิร์น มิวนิค: ใครติดโผบ้าง?
อันดับสามตกเป็นของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ใช้เงินไปแล้วราว 149.45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6.8 พันล้านบาท) โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนเพื่อคว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน ด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติใหม่สำหรับนักเตะอังกฤษ นอกจากนี้ยังได้ตัว มัตธิส เดตูร์เบต์, เพียร์ซ ชาร์ลส์ และ เจเรมี มองก้า เข้ามาเสริมทีม
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ตามมาในอันดับสี่ ด้วยยอดใช้จ่ายประมาณ 108.75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4.9 พันล้านบาท) โดยเน้นไปที่การดึงผู้เล่นอายุน้อยไม่เกิน 20 ปีถึงสี่ราย ซึ่ง บาซูมานา ตูเร เป็นการซื้อตัวที่แพงที่สุด
ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน อยู่ในอันดับถัดมา โดยใช้เงินไป 107.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4.9 พันล้านบาท) พวกเขาได้ตัว ลูก้า วุสโควิช, ซาด็อก โยฮันนา และ ปาสคาล สตรูจ์ค เข้ามาร่วมทีม แม้จะได้รับเงินจากการขาย ยาน พอล ฟาน เฮคเคอ ออกไปก็ตาม
บาร์เซโลนา แชมป์ลาลีกา สเปน อยู่ในอันดับที่หก ด้วยการใช้จ่ายประมาณ 94.48 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4.3 พันล้านบาท) โดยได้ตัว คาริม อเดเยมี่ มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมของ ฮันซี่ ฟลิค
แอสตัน วิลล่า ใช้เงินไปประมาณ 89.97 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4.1 พันล้านบาท) หลังจากปล่อย มอร์แกน โรเจอร์ส และ ยูริ ตีเลอมันส์ พวกเขาได้เสริมความแข็งแกร่งในแดนกลางด้วยการคว้าตัว ชูเอา โกเมส และ โยฮัน มานซัมบี
เอซี มิลาน ตามมาติดๆ ด้วยยอดใช้จ่ายประมาณ 89.84 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4.1 พันล้านบาท) "ปีศาจแดงดำ" ได้ทุบสถิติสโมสรเพื่อดึง กอนซาโล่ รามอส จากปารีส แซงต์-แชร์กแมง และเสริมด้วย มาริโอ กิลา จากลาซิโอ
ลิเวอร์พูล ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยการใช้จ่ายประมาณ 89.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4.09 พันล้านบาท) "หงส์แดง" ได้ยืนยันการย้ายทีมของ เจเรมี ฌักเกต์ จากแรนส์ ซึ่งตกลงกันไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม และเพิ่ม วิคเตอร์ มูนญอซ จากโอซาซูน่า
ปิดท้าย 10 อันดับแรกคือ บาเยิร์น มิวนิค แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี ที่ใช้เงินไปประมาณ 85.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3.9 พันล้านบาท) โดยได้ตัว อิสมาเอล ไซบารี จากพีเอสวี และ นาธาเนียล บราวน์ จากไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ด้วยค่าตัวคนละ 50 ล้านยูโร
สรุป 10 สโมสรที่ใช้จ่ายเงินมากที่สุดในตลาดนักเตะซัมเมอร์ 2026 (อ้างอิงจาก Transfermarkt):
- ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์: 229.5 ล้านปอนด์
- เชลซี: 223.92 ล้านปอนด์
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้: 149.45 ล้านปอนด์
- นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด: 108.75 ล้านปอนด์
- ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน: 107.7 ล้านปอนด์
- บาร์เซโลนา: 94.48 ล้านปอนด์
- แอสตัน วิลล่า: 89.97 ล้านปอนด์
- เอซี มิลาน: 89.84 ล้านปอนด์
- ลิเวอร์พูล: 89.5 ล้านปอนด์
- บาเยิร์น มิวนิค: 85.7 ล้านปอนด์
