belanegara – สมรภูมิ "Le Classique" ลุกเป็นไฟ! ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (PSG) โชว์หัวใจสิงห์ บุกไปเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง มาร์เซย์ ได้ถึงถิ่น สต๊าด เวโลโดรม ด้วยสกอร์ 2-1 ในเกมสุดมันส์เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทัพ "Les Parisiens" ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ของตาราง ลีกเอิง ขณะที่เจ้าถิ่นยังคงจมดิ่งอยู่ในโซนอันตรายอย่างน่าอนาถ
เกมนี้เริ่มต้นด้วยความเร้าใจ เมื่อ Ferran Torres โหม่งให้ PSG ออกนำไปก่อน แต่ทัพ "Les Olympiens" ไม่ยอมง่ายๆ เร่งเครื่องตีเสมอได้สำเร็จจาก Angel Gomes อย่างรวดเร็ว ทว่าความเดือดเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เพราะเพียงแค่ 2 นาทีหลังจากโดนตีเสมอ กัปตันทีมจอมเก๋าอย่าง มาร์กินญอส ก็โชว์ความเหนือชั้น กระโดดโขกบอลจังหวะสองจากลูกเตะมุม ส่งบอลซุกก้นตาข่ายพา PSG กลับมานำอีกครั้ง

สถานการณ์ของมาร์เซย์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อ Timothy Weah กัปตันทีมฝั่งเจ้าถิ่นโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในช่วง 15 นาทีสุดท้าย ทำให้ความหวังในการกลับมามีริบหรี่ลงทันที
ทางด้าน หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือสมองเพชรของ PSG เผยความรู้สึกหลังเกมว่า "Le Classique เป็นเกมที่สูบพลังทั้งกายและใจอย่างมหาศาล หลายคนอาจคิดว่ามันจะเป็นงานง่าย แต่สำหรับผมมันไม่ใช่เลย การมาเล่นที่เวโลโดมคือความท้าทายเสมอ แต่ผมพอใจมากที่เราปรับปรุงฟอร์มการเล่นในครึ่งหลังได้ดีขึ้นและสร้างโอกาสได้มากกว่าเดิม"
สำหรับ มาร์กินญอส ปราการหลังวัย 32 ปี ประตูชัยลูกนี้มีความหมายต่อเขาเป็นพิเศษ เพราะเป็นการทำประตูที่ 46 ในสีเสื้อ PSG เทียบเท่ากับสถิติของตำนานอย่าง Lucas Moura เป็นที่เรียบร้อย โดยเจ้าตัวกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า "การมาเยือนที่นี่แล้วคว้าชัยชนะได้มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก ในศึก Le Classique คุณไม่ได้แค่ลงเล่น แต่คุณต้องเป็นผู้ชนะ และวันนี้เราทำสำเร็จ"
ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้ PSG ไล่จี้จ่าฝูงอย่าง โมนาโก เข้าไปเพียง 5 คะแนนเท่านั้น โดยโปรแกรมถัดไป PSG มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เลอ ม็องส์ ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ส่วนมาร์เซย์ต้องรีบตั้งหลักเพื่อบุกไปเยือน ทรัวส์ เพื่อหนีตายจากโซนตกชั้นต่อไป รายงานโดย belanegara.co