belanegara – กลายเป็นเกมที่แฟนบอลต้องลุ้นกันจนตัวโก่ง เมื่อ มาลาก้า เปิดบ้านทำแต้มหลุดมือเกือบจะพ่ายแพ้ต่อ เอสปันญ่อล แต่สุดท้ายก็โชว์หัวใจนักสู้ไล่เจ๊าได้สำเร็จในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 92 ส่งผลให้จบเกมด้วยผลเสมอ 1-1 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนนอย่างสุดมันส์
เริ่มเกมมาในช่วงต้น มาลาก้าอาศัยความได้เปรียบในฐานะเจ้าถิ่นเปิดเกมบุกเข้าใส่ทันที โดยในนาทีที่ 9 เดวิด ลาร์รูเบีย มีโอกาสทองยิงทดสอบด่านแรก แต่ อังเคล ฟอร์ตูเน่ นายทวารของเอสปันญ่อลยังปัดไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนไม่ได้เกรงกลัว และใช้จังหวะสวนกลับที่เฉียบคมทำเอาเจ้าบ้านต้องช็อก เมื่อในนาทีที่ 12 ไบรอัน ซาราโกซ่า รับบอลจาก ฮาบี เอร์นันเดซ ก่อนจะซัดด้วยเท้าขวาจากฝั่งซ้ายเข้ามุมล่างอย่างเด็ดขาด ช่วยให้เอสปันญ่อลออกนำไปก่อน 1-0
หลังจากเสียประตู มาลาก้าพยายามโหมบุกหนักเพื่อทวงประตูคืน ทั้ง ราฟา โรดริเกซ และ อังเคล เรซิโอ ต่างพยายามหาจังหวะโหม่งทำประตู แต่ยังขาดความแม่นยำ ขณะที่เอสปันญ่อลเองก็มีจังหวะโต้กลับที่น่ากลัว โดยเฉพาะลูกยิงของ โรเบร์โต เฟร์นันเดซ ในนาทีที่ 21 ที่ถูก อัลฟอนโซ เอร์เรโร่ เซฟไว้ได้อย่างหวุดหวิด ทำให้จบครึ่งแรกเอสปันญ่อลยังเป็นฝ่ายนำ
เข้าสู่ครึ่งหลัง เจ้าบ้านมาลาก้าปรับหมากรุกเกมบุกหนักขึ้นกว่าเดิม โดยมีจังหวะที่น่าเสียดายที่สุดคือลูกฟรีคิกของ ปาโบล มาร์ติเนซ ในนาทีที่ 59 ที่พุ่งชนเสาอย่างจัง จนทำให้กุนซือมาลาก้าตัดสินใจแก้เกมด้วยการส่ง อาดรีอัน นีโญ่ ลงสนามมาในนาทีที่ 61 เพื่อเพิ่มมิติในแดนหน้า ซึ่งกลายเป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนเกมไปโดยสิ้นเชิง
เกมดำเนินมาถึงช่วงท้ายที่ดูเหมือนเอสปันญ่อลจะเก็บชัยชนะได้สำเร็จ ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 92 ความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อ ราฟิต้า เปิดบอลเข้ามาอย่างแม่นยำให้ อาดรีอัน นีโญ่ ที่สอดขึ้นมากลางกรอบเขตโทษ ซัดด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเสียบมุมล่างอย่างรุนแรงจนนายทวารเอสปันญ่อลไม่สามารถป้องกันได้ จบเกม มาลาก้าไล่ตีเสมอเป็น 1-1 แบ่งแต้มกันไปอย่างน่าเสียดายสำหรับทีมเยือนที่นำมานานเกือบทั้งเกม ตามรายงานจาก belanegara.co