belanegara – วงการลูกหนังสเปนต้องตะลึง! เมื่อ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา ต้องพบกับความพ่ายแพ้แบบพลิกล็อกต่อ เรอัล เบติส 1-0 ในการแข่งขันที่เมืองเซบีญา โดยมี อัลบาโร่ วัลเลส ผู้รักษาประตูเบติส สวมบทบาทฮีโร่เซฟจุดโทษของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ขณะที่ ทรอย แพร์รอตต์ กลายเป็นผู้ทำประตูชัยสุดสำคัญที่ทำให้เบติสคว้าสามแต้มไปได้อย่างเหลือเชื่อ
ตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม "ราชันชุดขาว" ก็เปิดฉากมาด้วยความคึกคัก เดินหน้าบุกกระหน่ำและบงการเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยเฉพาะในช่วง 15 นาทีแรก พวกเขาครองบอลเหนือกว่าถึง 74 เปอร์เซ็นต์ ทว่าความได้เปรียบนี้กลับไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นประตูขึ้นนำได้

ต้องยกความดีความชอบให้ อัลบาโร่ วัลเลส ผู้รักษาประตูของเบติส ที่สวมบทบาทปราการด่านสุดท้ายได้อย่างยอดเยี่ยม นาทีที่ 11 เขาโชว์ฟอร์มหนึบ ปัดป้องลูกยิงของ ดีน ฮุยเซน จากลูกเตะมุมระยะใกล้ได้อย่างเหลือเชื่อ สี่นาทีต่อมา วินิซิอุส จูเนียร์ เกือบได้เฮ เมื่อประสานงานกับ เอ็มบัปเป้ และ อาร์ดา กูแลร์ ก่อนจะตะบันด้วยขวาไปชนเสาอย่างจัง เรอัล มาดริด ยังคงสร้างโอกาสทองอย่างต่อเนื่อง จู๊ด เบลลิงแฮม ลองโหม่งทดสอบ วัลเลส ส่วนเอ็มบัปเป้เองก็มีโอกาสถึงสองครั้ง แต่ก็ถูก มาร์ก บาร์ตร้า สกัดกั้นไว้ได้
ใช่ว่าเบติสจะไม่มีโอกาสโต้ตอบ คูโช่ เฮอร์นันเดซ หวิดได้ประตูจากจังหวะประสานงานอันยอดเยี่ยมของ แอนโทนี่ แต่ลูกยิงวอลเลย์ของเขาก็ยังหลุดกรอบไปไกล ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ฮุยเซน ได้โหม่งอีกครั้งจากลูกเตะมุม แต่ วัลเลส ก็ยังคงเหนียวแน่น ปัดบอลข้ามคานออกไปได้อย่างน่าทึ่ง
ครึ่งหลังรูปเกมก็ยังไม่ต่างจากเดิม เรอัล มาดริด ยังคงครองบอลบุกอย่างหนัก แต่ยังขาดความเฉียบคมในการจบสกอร์ เอ็มบัปเป้ ลองยิงไกลแต่ก็หลุดกรอบไป วัลเลสยังคงแสดงให้เห็นถึงความนิ่งและความสามารถในการรับมือกับความกดดันได้อย่างไร้ติ ในนาทีที่ 68 เบติสตัดสินใจส่ง ทรอย แพร์รอตต์ ลงมาแทน ฮวน เฮอร์นันเดซ ซึ่งกลายเป็นการเปลี่ยนตัวที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง และในนาทีที่ 81 เบติสก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะลูกเตะมุม ลูกโหม่งของ เดออสซา ถูก ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดป้องไว้ได้ แต่ แพร์รอตต์ ดาวยิงชาวไอริช ก็พุ่งเข้าซ้ำดาบสองจากระยะเผาขนตุงตาข่ายไปอย่างเด็ดขาด เป็นประตูแรกของเขาในลาลีกา และทำให้สกอร์เป็น 1-0
เรอัล มาดริด ยังไม่ยอมแพ้ ห้านาทีหลังจากเสียประตู เอ็มบัปเป้ เกือบตีเสมอได้จากลูกยิงที่พุ่งชนคานอย่างจัง และในนาทีที่ 88 "ราชันชุดขาว" ก็ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จจาก เอสปิ ที่เข้าชาร์จลูกครอสของ วินิซิอุส ทว่า VAR เข้ามาตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นการล้ำหน้า ทำให้ประตูถูกปฏิเสธไปอย่างน่าเสียดาย
โอกาสทองที่สุดในการคว้าหนึ่งแต้มกลับบ้านมาถึง "ราชันชุดขาว" ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่สี่ เมื่อ วินิซิอุส เลี้ยงบอลไปสุดเส้นหลังก่อนจะถูก นาธาน สกัดล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ลังเลที่จะชี้ไปที่จุดโทษ เอ็มบัปเป้ รับหน้าที่สังหาร ดาวยิงชาวฝรั่งเศสก้าวเข้ามาด้วยความมั่นใจ แต่ วัลเลส ผู้รักษาประตูเบติส กลับอ่านทางบอลได้อย่างแม่นยำ พุ่งปัดไปทางซ้ายได้อย่างเหลือเชื่อ แม้ผู้เล่นมาดริดจะเรียกร้องให้มีการยิงจุดโทษใหม่ โดยอ้างว่า วัลเลส ขยับออกจากเส้นก่อน แต่คำตัดสินก็ยังคงยืนยันตามเดิม
วัลเลสยังคงต้องทำงานอย่างหนักอีกครั้งในนาทีที่เจ็ดของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อเขาปัดป้องโอกาสของ เอสปิ ได้อีกครั้ง หลังจากนั้น เบติสก็สามารถรักษาผลสกอร์ 1-0 ไว้ได้จนกระทั่งเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น คว้าชัยชนะอันล้ำค่าเหนือ เรอัล มาดริด ไปได้อย่างยิ่งใหญ่ สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก