belanegara – ในที่สุด ยักษ์ใหญ่แห่งคาตาลันอย่างบาร์เซโลน่าก็สมหวังกับการคว้าตัวนักเตะเป้าหมายที่พวกเขาเฝ้ารอคอยมานาน เมื่อโรดรี้ กองกลางตัวเก่งชาวสเปน ได้อำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเป็นทางการ หลังการเจรจาซื้อขายเสร็จสิ้นลงด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 65.4 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.42 ล้านล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่สร้างความฮือฮาไปทั่วตลาดนักเตะยุโรป
โรดรี้ได้จรดปากกาเซ็นสัญญากับบาร์เซโลน่าเป็นเวลาสี่ปี การย้ายทีมครั้งนี้เป็นการปิดฉากเส้นทางของเขากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรที่เขาค้าแข้งมาตั้งแต่ย้ายมาจากแอตเลติโก มาดริด ในฤดูกาล 2019/20 กองกลางวัย 30 ปีผู้นี้ไม่ใช่แค่นักเตะธรรมดา แต่ยังเป็นผู้ที่เคยคว้าแชมป์โลกและรางวัลบัลลงดอร์มาแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและความสำคัญของเขาอย่างชัดเจน

บาร์เซโลน่าเจาะแนวรับแมนฯ ซิตี้สำเร็จ
การได้ตัวโรดรี้มาครอบครองไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบาร์เซโลน่า เพราะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้ต้องการปล่อยตัวเขาไปตั้งแต่แรก ด้วยสัญญาที่เหลืออีกหนึ่งปี ‘เรือใบสีฟ้า’ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะรั้งตัวเขาไว้ และหวังให้โรดรี้ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่
ก่อนหน้านี้ บาร์เซโลน่าเคยถูกปฏิเสธมาแล้วถึงสองครั้ง ข้อเสนอแรกที่ยื่นไป 40 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 868 พันล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย ไม่เป็นผล เช่นเดียวกับข้อเสนอที่สอง 55 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.19 ล้านล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนใจซิตี้ได้ แต่เมื่อข้อเสนอที่สามถูกยื่นเข้ามา ด้วยมูลค่าที่สูงขึ้นเป็น 65.4 ล้านปอนด์ ในที่สุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ยอมรับข้อตกลงดังกล่าว
การจากไปของโรดรี้ทำให้ภารกิจของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หนักอึ้งขึ้นไปอีก ทีมภายใต้การคุมทีมของเอ็นโซ่ มาเรสก้า จำเป็นต้องเร่งหาตัวแทนสำหรับกองกลางรายนี้ รวมถึงติจานี่ ไรจ์นเดอร์ส ที่กำลังจะย้ายไปร่วมทีมอัล กอดซิอาห์ ในซาอุดีอาระเบีย ด้วยค่าตัวประมาณ 51 ล้านปอนด์ หรือ 1.11 ล้านล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย
‘เรือใบสีฟ้า’ ก็เริ่มเคลื่อนไหวในตลาดนักเตะแล้ว พวกเขายังคงให้ความสนใจในตัวเอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ กองกลางของเชลซี แม้ว่าเส้นตายการยื่นข้อเสนอจะเลยกำหนดไปแล้วเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 17.00 น. นอกจากนี้ ซิตี้ยังคงเจรจากับลีลล์ เพื่อคว้าตัวอายูบ บูอัดดี้ นักเตะทีมชาติโมร็อกโก โดยมีรายงานว่าลีลล์เรียกร้องค่าตัวประมาณ 85 ล้านปอนด์ หรือ 1.84 ล้านล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย สำหรับการปล่อยตัวบูอัดดี้ การพูดคุยระหว่างสองสโมสรนี้ได้รับการยืนยันจากดาวิเด้ อันเชล็อตติ หัวหน้าโค้ชเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถิติเตือนภัย: แมนฯ ซิตี้ไร้โรดรี้แล้วเป็นอย่างไร?
ทำไมการขาดโรดรี้จึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้? สถิติการแข่งขันนับตั้งแต่กองกลางรายนี้ย้ายมาจากแอตเลติโก มาดริด ในฤดูกาล 2019/20 แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเขาไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง
จาก 87 นัดที่โรดรี้ไม่ได้อยู่ใน 11 ตัวจริง ‘เรือใบสีฟ้า’ ต้องพบกับความพ่ายแพ้ถึง 20 ครั้ง ในทางกลับกัน พวกเขาแพ้เพียง 21 ครั้ง จาก 179 นัดที่โรดรี้ลงสนามเป็นตัวจริง นี่หมายความว่าอัตราการแพ้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อไม่มีโรดรี้ลงเล่นตั้งแต่ต้นเกม
เปอร์เซ็นต์การชนะของซิตี้ก็ลดลงจาก 71.5 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 62.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อไม่มีโรดรี้เป็นตัวจริง ไม่เพียงเท่านั้น ประสิทธิภาพในการทำประตูก็ลดลง ขณะที่จำนวนประตูที่เสียไปกลับเพิ่มสูงขึ้น
ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่าทำไมการจากไปของโรดรี้จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเผชิญ ตัวอย่างล่าสุดคือความพ่ายแพ้ 3-0 ต่ออาร์เซนอลในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดอิทธิพลของโรดรี้ในแดนกลาง และผลการแข่งขันนี้ยิ่งตอกย้ำว่าทีมไม่เหมือนเดิมเมื่อไม่มีกองกลางคนสำคัญรายนี้อยู่ในสนาม