belanegara – ริคกี้ คัมบูอายา กองกลางตัวเก่งของ เดวา ยูไนเต็ด สวมบทฮีโร่ซัดคนเดียวสองประตู พลิกสถานการณ์พาทีมบุกมาเอาชนะ มาดูร่า ยูไนเต็ด ได้อย่างสุดระทึก 2-1 ในศึกฟุตบอลลีกสูงสุดอินโดนีเซีย นัดที่ 29 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลายเป็นผู้ชี้ชะตาที่ทำให้ทีมเยือนคว้าสามแต้มสำคัญกลับบ้านไปได้สำเร็จ
การแข่งขันที่สนามเกโลร่า บังกาลัง เจ้าบ้าน มาดูร่า ยูไนเต็ด ออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็วจาก จูเนียร์ บรันเดา ในนาทีที่ 7 อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อ เดวา ยูไนเต็ด มาพลิกแซงในครึ่งหลังด้วยสองประตูจาก คัมบูอายา ในนาทีที่ 49 และ 52 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนโมเมนตัมของเกมไปโดยสิ้นเชิง

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ เดวา ยูไนเต็ด เก็บเพิ่ม 3 คะแนน รวมเป็น 44 แต้ม ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 7 ของตารางอย่างน่าประทับใจ ขณะที่ มาดูร่า ยูไนเต็ด ยังคงต้องดิ้นรนอยู่ในโซนตกชั้น ด้วย 26 คะแนน อยู่อันดับที่ 16 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงสำหรับพวกเขา
เจาะลึกเส้นทางสู่ชัยชนะ
เริ่มเกมมา เดวา ยูไนเต็ด พยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ทันทีและแสดงความกระหายที่จะครองบอล อย่างไรก็ตาม สภาพสนามที่ค่อนข้างลื่นจากฝนที่ตกลงมา ทำให้ทั้งสองทีมเล่นบอลได้ไม่ถนัดนัก โอกาสแรกของ เดวา ยูไนเต็ด มาในนาทีที่ 2 จาก โนอาห์ เวล แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ
ในทางกลับกัน มาดูร่า ยูไนเต็ด เลือกใช้กลยุทธ์ตั้งรับและรอสวนกลับ ซึ่งได้ผลเมื่อ จูเนียร์ บรันเดา หลุดเข้าไปยิงประตูขึ้นนำในนาทีที่ 7 หลังรับบอลจาก อิหร่าน จูเนียร์ และเลี้ยงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเหนือชั้น ทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮกันลั่นสนาม
ตลอดครึ่งแรก เดวา ยูไนเต็ด ยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสได้หลายครั้ง รวมถึงในนาทีที่ 29 แต่ก็ยังถูก ดิกกี้ อินดริยาน่า ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นเซฟไว้ได้ทั้งหมด แนวรับของ มาดูร่า ยูไนเต็ด ที่มี เปโดร มอนเตโร่ เป็นหัวใจสำคัญ ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการหยุดยั้งการบุกของคู่แข่ง ลูกตั้งเตะก็เป็นอีกหนึ่งอาวุธของ เดวา ยูไนเต็ด โดยในนาทีที่ 38 ลูกเตะมุมของ เมสซิโดโร่ เกือบจะเปลี่ยนเป็นประตู แต่ก็ยังถูกนายทวารเจ้าถิ่นปฏิเสธไปได้ จบครึ่งแรก มาดูร่า ยูไนเต็ด นำอยู่ 1-0
ครึ่งหลังแห่งการพลิกเกม
เข้าสู่ครึ่งหลัง เดวา ยูไนเต็ด กลับมาพร้อมกับฟอร์มการเล่นที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และเพียงแค่ 4 นาทีหลังจากเริ่มครึ่งหลัง ริคกี้ คัมบูอายา ก็มาทำประตูตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 49 เปลี่ยนโมเมนตัมของเกมไปโดยสิ้นเชิง
และไม่นานหลังจากนั้น แข้งคนเดิมก็มาสร้างความดีใจให้กับทีมอีกครั้งในนาทีที่ 52 เมื่อเขาจัดการแปบอลเรียดจากการจ่ายเข้ามาทางฝั่งขวา บอลพุ่งผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด พา เดวา ยูไนเต็ด พลิกขึ้นนำ 2-1 สร้างความเงียบงันให้กับกองเชียร์เจ้าถิ่น
หลังจากได้ประตูแซงนำ เดวา ยูไนเต็ด ยิ่งเล่นด้วยความมั่นใจ พวกเขายังคงเดินหน้ากดดัน มาดูร่า ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งจบเกม แม้จะมีโอกาสเพิ่มสกอร์จาก วาห์ยู ปราเซตโย แต่ก็ไม่มีประตูเพิ่มเกิดขึ้น เสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ยืนยันชัยชนะ 2-1 ของทีมเยือน เดวา ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและการไม่ยอมแพ้ของพวกเขาได้อย่างชัดเจน
