belanegara – เกมฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก กลุ่ม A นัดล่าสุดที่คาร์ดิฟฟ์ กลายเป็นแมตช์ที่เต็มไปด้วยความดราม่า เมื่อทีมชาติเวลส์สามารถเปิดบ้านเอาชนะนอร์เวย์ไปได้อย่างสุดมัน 2-1 โดยจุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่ที่แท็กติกเพียงอย่างเดียว แต่คือใบแดงที่เปลี่ยนโฉมหน้าของเกมไปอย่างสิ้นเชิง
เริ่มเกมในช่วงแรก ดูเหมือนว่าทัพ "นอร์เวย์" จะเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ด้วยสถิติการครองบอลสูงถึง 60% และการต่อบอลที่แม่นยำ จนกระทั่งนาทีที่ 11 ความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อ ออสการ์ บ็อบบ์ ซัดประตูให้ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการประสานงานสุดสวยของ ซานเดอร์ เบิร์ก และ มาร์ติน โอเดการ์ด
อย่างไรก็ตาม เวลส์ไม่ได้ตื่นตระหนกแม้จะโดนกดดัน พวกเขาเน้นเกมสวนกลับและหาจังหวะเข้าทำอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนาทีที่ 38 โซร์บา โธมัส เปิดบอลได้อย่างแม่นยำให้ แดเนียล เจมส์ เข้าไปซัดตีเสมอเป็น 1-1 ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่ยังก้ำกึ่ง
แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้นทันทีที่เริ่มครึ่งหลัง ในนาทีที่ 46 ทอร์บยอร์น เฮกเกม ผู้เล่นนอร์เวย์โดนใบแดงไล่ออกจากสนามจากการทำฟาวล์ในจังหวะสุดท้าย ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดมหันต์ที่ทำให้รูปเกมเปลี่ยนไปทันที และเพียงแค่ 2 นาทีหลังจากนั้น เวลส์ก็ไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ เมื่อ เนโก วิลเลียมส์ ซัดลูกฟรีคิกด้วยเท้าขวาอย่างเฉียบคม พลิกให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 2-1
หลังจากได้เปรียบตัวผู้เล่น เวลส์เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายคุมเกมเบ็ดเสร็จ โดยครองบอลไปถึง 61% ในครึ่งหลัง และปิดเกมได้อย่างรัดกุม โดยมี เนโก วิลเลียมส์ เป็นฮีโร่ของเกมนี้ นอกจากจะทำประตูชัยได้แล้ว เขายังโชว์ฟอร์มแกร่งทั้งการสกัดบอล การตัดเกม และการช่วยทีมกู้บอลกลับมาครองได้อย่างยอดเยี่ยม
ชัยชนะนัดนี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของเวลส์ในการใช้โอกาสจากลูกตั้งเตะ และความนิ่งในการรับมือกับสถานการณ์กดดัน ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาเก็บ 3 แต้มล้ำค่าในบ้านได้สำเร็จ รายงานโดย belanegara.co