belanegara – ทีมชาติสเปน หรือ "กระทิงดุ" โชว์ฟอร์มสุดแกร่งในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก กลุ่ม H นัดที่สอง ด้วยการไล่ถล่มซาอุดีอาระเบียไปอย่างขาดลอย 4-0 ที่สนามแอตแลนตา สเตเดียม โดย ลามีน ยามาล ดาวรุ่งพุ่งแรงเป็นผู้เบิกสกอร์แรก ก่อนที่ มิเกล โอยาร์ซาบัล จะซัดเบิ้ลสองประตู ตอกย้ำความเหนือชั้นของทีมกระทิงดุที่ครองเกมได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้หายใจหายคอแม้แต่น้อย
เสียงนกหวีดดังขึ้นไม่ทันไร ทัพกระทิงดุก็เดินหน้าบุกกดดันแผงหลังของซาอุดีอาระเบียทันที โอกาสทองหลั่งไหลมาไม่ขาดสายจากฝีเท้าของ ลามีน ยามาล, ดานี่ โอลโม่, เปดรี้ และ อเล็กซ์ บาเอน่า ที่ดาหน้าเข้าทำอย่างต่อเนื่อง

ความพยายามของสเปนก็สัมฤทธิ์ผลในนาทีที่ 10 เมื่อ ยามาล สามารถแหวกแนวรับเข้าไปยิงประตูปลดล็อกความอึดอัดได้สำเร็จ พาให้สเปนขึ้นนำ 1-0 ประตูนี้ยังมีความหมายพิเศษ เพราะเป็นการยุติช่วงเวลาไร้สกอร์ของสเปนในศึกฟุตบอลโลกที่ยาวนานถึง 294 นาที
ประตูแรกปลดล็อกความอึดอัด ทำให้สเปนเล่นได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น ขณะที่ซาอุดีอาระเบียต้องถอยร่นลงไปตั้งรับแทบจะตลอดเวลา ท่ามกลางการครองบอลที่เหนือกว่าของคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง และความได้เปรียบของสเปนก็เพิ่มขึ้นในนาทีที่ 21 เมื่อ มิเกล โอยาร์ซาบัล ไม่พลาดโอกาสทองในกรอบเขตโทษ ซัดประตูให้ทีมนำห่างเป็น 2-0
ยังไม่ทันที่ซาอุดีอาระเบียจะได้ตั้งตัว สเปนก็ลงโทษพวกเขาอีกครั้งในอีกสามนาทีต่อมา โอยาร์ซาบัล โชว์ฟอร์มร้อนแรง ซัดประตูที่สองของตัวเองในค่ำคืนนั้น เปลี่ยนสกอร์เป็น 3-0 อย่างรวดเร็ว ความได้เปรียบสามประตูคงอยู่จนกระทั่งจบครึ่งแรก แม้ว่าซาอุดีอาระเบียจะมีโอกาสบ้างเล็กน้อย รวมถึงลูกยิงของ ซาเลม อัล ดอว์ซารี ที่ถูก เปดรี้ บล็อกไว้ได้ในช่วงท้ายครึ่งแรก
ซาอุดีอาระเบียพยายามปรับทัพในครึ่งหลังด้วยการส่ง อับดุลลาห์ อัล ฮัมดาน และ โมฮาเหม็ด คันโน ลงสนาม แต่ความหวังที่จะไล่ตามตีเสมอต้องมลายลงอย่างรวดเร็ว
เพียงสี่นาทีหลังจากเริ่มครึ่งหลัง โชคร้ายก็มาเยือน เมื่อ ฮัสซัน อัล ตัมบักติ ทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้สเปนทิ้งห่างออกไปเป็น 4-0 อย่างเด็ดขาด หลังจากนั้น จังหวะของเกมก็ลดลงเล็กน้อย สเปนยังคงครองบอลและต่อบอลสั้นอย่างแม่นยำเพื่อควบคุมสถานการณ์
แม้ซาอุดีอาระเบียจะพยายามตอบโต้เป็นครั้งคราว โดย อับดุลลาห์ อัล ฮัมดาน ได้ลองยิงไกลในนาทีที่ 81 บังคับให้ อูไน ซิมอน ต้องออกแรงเซฟ แต่โอกาสจะแจ้งก็ยังคงเป็นเรื่องยาก แนวรับของสเปนแสดงให้เห็นถึงวินัยที่ยอดเยี่ยมตลอดทั้งเกม ทำให้ซาอุดีอาระเบียไม่สามารถสร้างอันตรายได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งเสียงนกหวีดยาวดังขึ้น สกอร์ 4-0 ก็ไม่เปลี่ยนแปลง
ชัยชนะครั้งนี้เป็นการต่อยอดสถิติอันน่าประทับใจของสเปนในศึกฟุตบอลโลก พวกเขาไม่แพ้ใครติดต่อกันเป็นนัดที่สามในทัวร์นาเมนต์นี้ ไม่เพียงเท่านั้น ประตูของสเปนยังคงสะอาด ไม่เสียประตูมาสามนัดติดต่อกันแล้ว ทีมของ "ลา โรฆา" ทำสถิติไม่เสียประตูในฟุตบอลโลกยาวนานถึง 388 นาที
ในทางกลับกัน ซาอุดีอาระเบียต้องเผชิญกับผลงานที่น่าผิดหวังต่อไป "เหยี่ยวเขียว" ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยตลอดสี่นัดหลังสุดในศึกฟุตบอลโลก เห็นได้ชัดว่าสเปนเหนือกว่าซาอุดีอาระเบียหลายขุมในเกมนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของสกอร์ แต่ยังรวมถึงวิธีการควบคุมเกมทั้งหมด
แม้ซาอุดีอาระเบียจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการตั้งรับที่ดีในบางช่วง แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากแรงกดดันได้ ทำให้พวกเขาไม่เคยสร้างปัญหาให้กับสเปนได้อย่างจริงจัง แนวรับของสเปนสมควรได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ ที่สามารถรักษาความเข้มข้นตลอด 90 นาที แม้จะนำห่างไปมากแล้วก็ตาม
ติดตามข่าวสารล่าสุดพร้อมบทวิเคราะห์เชิงลึก และข่าวฟุตบอลโลกที่น่าสนใจได้ที่ belanegara.co เท่านั้น