belanegara – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจะได้รับข่าวดีแบบไม่คาดฝันในตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ เมื่อ "ปีศาจแดง" เตรียมรับเงินก้อนโตจากการขายนักเตะดาวรุ่ง แม็กซี่ โอเยเดเล่ ที่ย้ายไปค้าแข้งกับ เลเกีย วอร์ซอว์ ในโปแลนด์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา
การย้ายทีมของโอเยเดเล่ในตอนนั้นอาจไม่เป็นที่จับตามองมากนัก แต่กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของแมนยูฯ ที่ใส่เงื่อนไขการขายกลับ (Sell-on clause) ได้แสดงผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวและกูรูตลาดซื้อขายชื่อดังชาวอิตาลี โอเยเดเล่ กลายเป็นที่ต้องการตัวของหลายสโมสรดังจากเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และอังกฤษ โดยมี เวอร์เดอร์ เบรเมน, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน, อันเดอร์เลชท์ และคลับ บรูจจ์ แสดงความสนใจอย่างจริงจัง รวมถึงสโมสรจากแชมเปี้ยนชิพ อีกสองทีม

ฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของโอเยเดเล่ ลงเล่น 24 นัดในฤดูกาลแรกกับเลเกีย และพาทีมคว้าแชมป์บอลถ้วยโปแลนด์สมัยที่ 21 ทำให้เขาเป็นที่จับตามอง รายงานระบุว่า โอเยเดเล่ จะถูกปล่อยตัวในซัมเมอร์นี้ด้วยค่าตัวราว 112 ล้านบาท และแมนยูฯ จะได้รับส่วนแบ่ง 40% นั่นหมายความว่า "ปีศาจแดง" จะได้รับเงินเกือบ 45 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าพวกเขาปล่อยตัวนักเตะรายนี้ไปด้วยค่าตัวที่ไม่สูงนักเมื่อไม่ถึงปีที่แล้ว
กลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกลยุทธ์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการบริหารจัดการตลาดซื้อขายนักเตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการขายนักเตะดาวรุ่ง ฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาเริ่มใส่เงื่อนไขเพิ่มเติมต่างๆ เช่น เงื่อนไขการขายกลับและตัวเลือกในการซื้อคืน ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้กำลังสร้างผลกำไรทางการเงินที่เหนือความคาดหมาย
แหล่งข่าวจาก แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ ระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้วางแผนไว้แล้วตั้งแต่ปล่อยตัวโอเยเดเล่ไปโปแลนด์ พวกเขาตระหนักถึงศักยภาพในระยะยาวของนักเตะรายนี้และไม่ต้องการเสียสิทธิ์ในการพัฒนาของเขาไปทั้งหมด นอกจากเงื่อนไขการขายกลับแล้ว แมนยูฯ ยังใส่ตัวเลือกในการซื้อคืนเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างยังคงเปิดกว้าง
ที่น่าสนใจคือ กลยุทธ์นี้คล้ายคลึงกับวิธีการที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งร่วมเมืองใช้มาโดยตลอด ซิตี้เป็นที่รู้จักในฐานะสโมสรที่รอบคอบในการขายนักเตะดาวรุ่ง พวกเขามักจะใส่เงื่อนไขการขายกลับเพื่อให้ได้ส่วนแบ่งจากความสำเร็จของอดีตนักเตะของพวกเขา และตอนนี้ แมนยูฯ ก็ดูเหมือนจะเริ่มเดินตามรอยเท้าของพวกเขาในตลาดซื้อขายนักเตะยุโรปแล้ว
ไม่เพียงแต่โอเยเดเล่เท่านั้น แมนยูฯ ยังใส่เงื่อนไขแบบเดียวกันนี้ในการทำธุรกรรมอื่นๆ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หากรูปแบบนี้ยังคงดำเนินต่อไป ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่สโมสรนี้จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเล็กๆ น้อยๆ ในกลุ่มนักเตะดาวรุ่งอย่างต่อเนื่อง
