ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการประยุกต์ใช้แนวทางการให้ปุ๋ยแบบสมดุล โดยใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ในสัดส่วน 70% ร่วมกับปุ๋ยชีวภาพเหลว Pureplant ในปริมาณ 6 ลิตรต่อเฮกตาร์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่าวิธีดั้งเดิม ข้อมูลการเก็บเกี่ยวอันน่าประทับใจนี้ถูกบันทึกโดยกลุ่มเกษตรกร Lestari Nogosari แห่งหมู่บ้าน Trirenggo อำเภอ Bantul จังหวัด Yogyakarta เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2026
เมื่อเปรียบเทียบกับแปลงทดลองอื่น ๆ ผลผลิตจากแนวทางนี้แสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจน การใช้ปุ๋ยเคมี 100% เพียงอย่างเดียวให้ผลผลิตที่ 6,624 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ และแม้แต่การใช้ปุ๋ยเคมี 100% ร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ Pureplant ก็ยังให้ผลผลิตเพียง 7,534 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่าการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างปุ๋ยสังเคราะห์และปุ๋ยชีวภาพคือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของผลผลิตข้าว

คุณ Sunarya หัวหน้าสมาพันธ์กลุ่มเกษตรกร Gemah Ripah แห่งหมู่บ้าน Trirenggo ผู้ดูแลกลุ่มเกษตรกร Lestari Nogosari ได้กล่าวถึงความพึงพอใจต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าวในแปลงที่ใช้ปุ๋ยแบบสมดุลว่า "ผลลัพธ์ที่ได้นั้นยอดเยี่ยมมาก ต้นข้าวแตกกอได้มากถึง 55 กอ และมีเมล็ดข้าวที่สมบูรณ์จำนวนมาก" ความสำเร็จนี้ยังหมายถึงการเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยถึง 3 ตันต่อเฮกตาร์ เมื่อเทียบกับผลผลิตข้าวโดยเฉลี่ยในพื้นที่ Trirenggo ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 7 ตันต่อเฮกตาร์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลให้กับเกษตรกร
ด้านคุณ Syamsudin ผู้อำนวยการกองปุ๋ย กระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของผลการทดลองครั้งนี้ว่า "ข้อมูลจากแปลงสาธิตนี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพอันมหาศาลในการปรับปรุงระบบการเพาะปลูกเพื่อยกระดับผลิตภาพข้าวให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว" การค้นพบนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ แต่ยังเป็นพิมพ์เขียวที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวทั่วประเทศ และเสริมสร้างรากฐานเศรษฐกิจภาคเกษตรกรรมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตามรายงานของ belanegara.co
ชื่อเรื่อง: เหลือเชื่อ! แค่ปรับวิธี "บำรุงดิน" ผลผลิตข้าวพุ่งทะลุ 10 ตันต่อเฮกตาร์ เกษตรกรอินโดฯ เผยเคล็ดลับที่พลิกโฉมวงการ