การรวมตัวครั้งนี้ดึงดูดผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากภาครัฐ บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ไปจนถึงชุมชนท้องถิ่น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนวาระระดับโลก โดยมีวาระสำคัญคือ "การเสวนาบาหลีเพื่อความกลมเกลียว" (Bali Harmony Dialogue) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 ณ วิทยาเขตยูไนเต็ดอินไดเวอร์ซิตี้ (UID) บาหลี ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษกูรากูรา บาหลี เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางปฏิบัติ
ศาสตราจารย์สเตลลา คริสตี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ได้นำเสนอแผนงานเชิงกลยุทธ์สำหรับประเทศกำลังพัฒนา เพื่อให้ก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยี โดยเธอกล่าวเน้นย้ำว่า "ประเทศกำลังพัฒนาสามารถพลิกโฉมจากผู้บริโภคเทคโนโลยีแบบตั้งรับ สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์และผู้กำหนดทิศทางเชิงรุกในการกำกับดูแลและวิจัย AI ระดับโลก" คำกล่าวนี้จุดประกายความหวังและชี้ให้เห็นถึงศักยภาพอันมหาศาลของประเทศเหล่านี้ในการมีส่วนร่วมในเวทีเทคโนโลยีระดับโลก

ศาสตราจารย์คริสตี้ยังชี้ให้เห็นว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI ไม่เพียงนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังสร้างความท้าทายใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นช่องว่างในการเข้าถึงและเชี่ยวชาญเทคโนโลยีระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา เธอเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศกำลังพัฒนาจะต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในฐานะผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยประเทศอื่นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสร้างนวัตกรรมและกำหนดอนาคตของตนเองได้
งานประชุมครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก นายลูฮุต บินซาร์ ปันด์ไจตัน ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของคนรุ่นใหม่และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการวางรากฐานด้านจริยธรรมของเทคโนโลยี ท่ามกลางกระแสการพัฒนา AI ที่รวดเร็ว การผสานรวมมุมมองเหล่านี้เข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่า AI จะถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดของมนุษยชาติ โดยไม่ละเลยคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม