การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้มีเป้าหมายหลักสองประการ: หนึ่งคือการยกระดับสัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนสาธารณะให้มากขึ้น และสองคือการตอบสนองข้อเสนอแนะจาก Morgan Stanley Capital International (MSCI) ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนีตลาดหุ้นระดับโลกที่ทรงอิทธิพล มาเฮนดรา ซิเรการ์ กล่าวในการแถลงข่าวที่อาคารตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า "องค์กรกำกับดูแลตนเอง (SRO) จะออกกฎเกี่ยวกับฟรีโฟลตขั้นต่ำ 15% ซึ่งจะดำเนินการในไม่ช้าและด้วยความโปร่งใสที่ดี"
มาเฮนดราได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ข้อกำหนดใหม่เรื่องฟรีโฟลตนี้จะครอบคลุมทั้งบริษัทที่กำลังเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว โดย SRO จะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำรายละเอียดของกฎระเบียบใหม่นี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ มาเฮนดรายังเน้นย้ำถึงมาตรการลงโทษสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎการถือครองหุ้นโดยสาธารณะขั้นต่ำ 15% ที่กำหนดไว้

เขาเสริมว่า "สำหรับผู้ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทมหาชนที่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะมีนโยบายการถอนหุ้นออกจากตลาด (exit policy) ผ่านกระบวนการกำกับดูแลแบบใหม่"
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ อิมาน รัคมาน ผู้อำนวยการตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (BEI) เคยเปิดเผยว่า MSCI ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดัชนีระดับโลก ได้ขู่ว่าจะลดอันดับตลาดทุนอินโดนีเซียจาก ‘ตลาดเกิดใหม่’ (Emerging Market) ลงสู่ ‘ตลาดชายขอบ’ (Frontier Market) หากข้อมูลที่ร้องขอไม่ได้รับการตอบสนองภายในเดือนพฤษภาคม 2569 (2026) การปรับกฎฟรีโฟลตครั้งนี้จึงเป็นความพยายามครั้งสำคัญของอินโดนีเซียในการรักษาตำแหน่งในเวทีตลาดทุนโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ.