นายโซฟยาโน ซาคาเรีย นักวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ท่าเรือที่ลงทุนไปแล้วด้วยเม็ดเงินมหาศาลสามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่
"อินโดนีเซียต้องการท่าเรือที่มีประสิทธิภาพและสร้างผลผลิต ไม่ใช่แค่ท่าเรือที่ดูยิ่งใหญ่ตระการตาแต่กลับไร้ซึ่งกิจกรรม" นายโซฟยาโนกล่าวเมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569 "โครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนไปแล้วหลายแสนล้านบาทเหล่านี้ จะต้องกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เป็นเพียงทรัพย์สินที่ให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดหวังไว้มากนัก"

นายโซฟยาโนยังระบุอีกว่า มีท่าเรือยุทธศาสตร์อย่างน้อยสามแห่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ท่าเรือโบโจเนการา (Bojonegara) ในเมืองซีเลกอน จังหวัดบันเตน, ท่าเรือปาติมบัน (Patimban) ในเมืองซูบัง จังหวัดชวาตะวันตก และท่าเรือคีจิง (Kijing) ในเมืองเมมปาวา จังหวัดกาลิมันตันตะวันตก
เขาอธิบายว่า ท่าเรือโบโจเนการาเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2010 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นท่าเรือสนับสนุนท่าเรือตันจุงปรีอ็อก (Tanjung Priok) ให้บริการแก่เขตอุตสาหกรรมในจังหวัดบันเตน และเสริมสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ
ขณะที่ท่าเรือปาติมบัน ซึ่งเริ่มก่อสร้างในปี 2561 ในฐานะโครงการยุทธศาสตร์แห่งชาติ ถูกวางแผนให้เป็นศูนย์กลางการส่งออกยานยนต์และเป็นท่าเรือตู้สินค้าแห่งใหม่ เพื่อลดความแออัดของท่าเรือตันจุงปรีอ็อก และสนับสนุนเขตอุตสาหกรรมในจังหวัดชวาตะวันตกไปพร้อมกัน
ส่วนท่าเรือคีจิงในกาลิมันตันตะวันตกนั้น แม้จะมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการรองรับการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์และผลผลิตทางการเกษตรจากภูมิภาคนี้ แต่ก็ยังเผชิญกับความท้าทายในการดึงดูดปริมาณการค้าให้สอดคล้องกับศักยภาพและเงินลงทุนที่ลงไป
การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การลงทุนมหาศาลของอินโดนีเซียในโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือไม่สูญเปล่า และสามารถเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป
เปิดโปงความจริง! ท่าเรือยุทธศาสตร์อินโดนีเซีย 3 แห่ง กลืนงบลงทุนมหาศาล ‘หลายแสนล้านบาท’ แต่กลับ ‘ไร้ประสิทธิภาพ’ ทำไมเศรษฐกิจชาติถึงยังสะดุด?
โดย เฟบี โนวาลิอุส, นักข่าว – วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569 | 20:23 น.
ภาพ: belanegara.co/Freepik