ก่อนหน้านี้ ในการเบิกจ่ายระยะที่ 1 รัฐบาลได้ดำเนินการโอนเงินสงเคราะห์จากโครงการ PKH และโครงการ BPNT (Bantuan Pangan Non Tunai) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เงินช่วยเหลือด้านอาหาร" ไปยังกลุ่มเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายสวัสดิการสังคมของประเทศ
สำหรับปีงบประมาณ 2569 งบประมาณด้านสวัสดิการสังคม (Perlindungan Sosial) ของอินโดนีเซียถูกจัดสรรไว้สูงถึง 508.2 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งเป็นงบประมาณมหาศาลที่สะท้อนถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการดูแลประชาชนผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบาง เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการ PKH ในปี 2569 นี้ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเฉพาะสูงถึง 28.7 ล้านล้านรูเปียห์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้รับประโยชน์ (Keluarga Penerima Manfaat – KPM) จำนวนกว่า 10 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ การเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ PKH ในเดือนเมษายน 2569 นี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจ่ายเงินในระยะที่สอง ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลาสามเดือน ได้แก่ เมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง
สำหรับรายละเอียดของเงินช่วยเหลือ PKH ที่ผู้มีสิทธิ์จะได้รับในแต่ละงวด มีดังนี้:
- สตรีมีครรภ์: 750,000 รูเปียห์ต่อระยะ
- เด็กเล็ก (ปฐมวัย): 750,000 รูเปียห์
- นักเรียนระดับประถมศึกษา (SD): 225,000 รูเปียห์
- นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (SMP): 375,000 รูเปียห์
- นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (SMA): 500,000 รูเปียห์
- ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป): 600,000 รูเปียห์
- ผู้พิการรุนแรง: 600,000 รูเปียห์
ผู้มีสิทธิ์ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบสถานะการโอนเงินผ่านช่องทางที่รัฐบาลกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสิทธิ์ตามที่พึงได้โดยไม่ตกหล่น และใช้เงินช่วยเหลือนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวได้อย่างเต็มที่