นายเฟอร์รี จูเลียนโตโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสหกรณ์และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Menkop UKM) ของอินโดนีเซีย ได้เน้นย้ำถึงศักยภาพของการแปรรูปปาล์มน้ำมันโดยมีสหกรณ์เป็นแกนหลัก ซึ่งจะสามารถเร่งดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จได้ด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก PT Agrinas Palma Nusantara ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้บริหารจัดการพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่ถูกยึดคืนโดยหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่า (Satgas PKH)
“ท่านประธานาธิบดี (นายปราโบโว ซูเบียนโต) มีความประสงค์อย่างยิ่งว่า การบริหารจัดการพื้นที่เหล่านี้ที่ถูกยึดคืนโดย Satgas PKH และมอบให้ Agrinas Palma ดูแล จะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนและสมาชิกสหกรณ์ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่” นายเฟอร์รีกล่าวเมื่อวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569

ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีเฟอร์รีจึงได้เร่งรัดให้สหกรณ์ที่ยังคงดำเนินงานอยู่ในพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมัน เข้ามามีบทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน “เราสนับสนุนให้สหกรณ์สามารถจัดตั้งโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของตนเองได้ เพื่อให้ความต้องการน้ำมันปรุงอาหารและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ สามารถผลิตและจัดหาได้โดยสหกรณ์อย่างเป็นอิสระ” เขากล่าวเน้นย้ำ
นายเฟอร์รีกล่าวต่อไปว่า จำเป็นต้องมีกลยุทธ์และเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตของสวนปาล์มน้ำมันของเกษตรกรรายย่อยให้สูงขึ้น ซึ่งหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันให้เข้ามาอยู่ภายใต้โครงสร้างขององค์กรธุรกิจสหกรณ์
รัฐมนตรีเฟอร์รีได้อธิบายถึงสองรูปแบบธุรกิจหลักสำหรับการแปรรูปปาล์มน้ำมันโดยมีสหกรณ์เป็นฐาน ได้แก่ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสหกรณ์ที่มีอยู่เดิม และการรวมกลุ่มสหกรณ์ขั้นปฐมภูมิเข้าด้วยกันผ่านองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อสร้างพลังและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน