เปิดแผนยักษ์! 4 สนามบินอินโดนีเซียเตรียมพลิกโฉมครั้งใหญ่ สู่ศูนย์กลางการบินระดับโลกปี 2026 – ประสบการณ์ผู้โดยสารจะเปลี่ยนไปตลอดกาล!
belanegara – บริษัท อินเจอร์นีย์ แอร์พอร์ตส์ (InJourney Airports) หรือ PT Angkasa Pura Indonesia (Persero) ผู้บริหารท่าอากาศยานชั้นนำของอินโดนีเซีย ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ โดยตั้งเป้าที่จะพัฒนาท่าอากาศยานหลักอย่างน้อย 4 แห่งให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 (2026) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่าแก่ผู้โดยสารในยุคใหม่

นายโมฮัมหมัด อาร์. ปาห์เลวี ผู้อำนวยการใหญ่ของ InJourney Airports เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาเหล่านี้จะครอบคลุมท่าอากาศยานนานาชาติ I Gusti Ngurah Rai บนเกาะบาหลี, ท่าอากาศยานนานาชาติ Soekarno-Hatta ในเมืองตังเกรัง, ท่าอากาศยานนานาชาติ Minangkabau ในเมืองปาดัง และท่าอากาศยาน Depati Amir ในเมืองปังกัลปีนัง “การพัฒนาท่าอากาศยานเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ (Premises Transformation) เพื่อนำเสนอโครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกที่มุ่งเน้นประสบการณ์ของผู้โดยสารเป็นสำคัญ” นายปาห์เลวีกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 (2026) ตามที่ belanegara.co รายงาน
สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติ I Gusti Ngurah Rai ซึ่งเป็นประตูสู่บาหลี แผนการพัฒนาในปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่อาคารผู้โดยสาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจากเดิมให้สูงถึง 32 ล้านคนต่อปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ฝั่งภาคพื้นดินไปแล้ว และหลังจากนี้จะมีการขยายขีดความสามารถในส่วนของฝั่งอากาศต่อไป
การพัฒนาอาคารผู้โดยสารนี้ครอบคลุมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพของท่าเทียบเครื่องบินขาออก (Departure Pier) ประตู 1-9 ของอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างสะพานเชื่อมท่าเทียบเครื่องบิน (Connecting Pier), การจัดภูมิทัศน์และพื้นที่นั่งรอขึ้นเครื่อง (Boarding Seat Area) ให้สวยงามและสะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงการขยายและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะต่างๆ
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงและฟื้นฟูสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสนับสนุนต่างๆ เช่น พื้นที่เชิงพาณิชย์กึ่งกลางแจ้ง, พื้นที่เช็คอิน และประตูทางออกผู้โดยสาร (Departure Gate) ให้ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ ท่าอากาศยาน I Gusti Ngurah Rai ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างสะพานเชื่อม (Connecting Bridge) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศและอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้การเปลี่ยนเครื่องเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้น