วิกฤตค่าเงิน? รูเปียะห์จ่อ 20,000 ต่อดอลลาร์ สัญญาณอันตรายที่ต้องจับตา!
belanegara – เกิดอะไรขึ้นหากค่าเงินรูเปียะห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่าลงไปแตะระดับ 20,000 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ? คำถามนี้กำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากการซื้อขายเมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 ค่าเงินรูเปียะห์ปิดตลาดที่ 17,653 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง 52 จุด หรือประมาณ 0.29% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนและประชาชนทั่วไป

แม้สถานการณ์จะดูตึงเครียด แต่ก่อนหน้านี้ นายเพอร์รี วาร์จิโย ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ได้แสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าค่าเงินรูเปียะห์จะกลับมามีเสถียรภาพ โดยเขายืนยันความเชื่อมั่นนี้ภายหลังการเข้าพบประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ตา พร้อมกล่าวสั้นๆ แต่หนักแน่นว่า "มั่นใจว่ามีเสถียรภาพ"
นายเพอร์รี ยังคงมองโลกในแง่ดีว่า ค่าเงินรูเปียะห์จะสามารถหลุดพ้นจากแรงกดดันและกลับมาแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ในไม่ช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาเชื่อมั่นว่าการแข็งค่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2569 ผู้ว่าการ BI ได้แสดงทัศนะเชิงบวกนี้ท่ามกลางกระแสความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศที่ถาโถมเข้าสู่ตลาดการเงินในประเทศอย่างกว้างขวาง ในการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการ XI ของสภาผู้แทนราษฎร เขาย้ำว่า "รูเปียะห์จะแข็งค่าขึ้นในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม"
แต่หากสถานการณ์พลิกผัน และค่าเงินรูเปียะห์อ่อนค่าทะลุระดับ ‘จิตวิทยา’ ที่ 20,000 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น? belanegara.co ได้สรุปผลกระทบสำคัญที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้:
ประการแรก จะเกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะราคาอาหารและเชื้อเพลิง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน ทำให้กำลังซื้อลดลงอย่างมาก ประการที่สอง ภาระการชำระหนี้ต่างประเทศจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้รัฐบาลและภาคเอกชนต้องแบกรับต้นทุนที่หนักอึ้ง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหนี้เสียและความไม่มั่นคงทางการเงิน และประการสุดท้าย คือความเสี่ยงที่จะเกิดการเลิกจ้างงาน (PHK) และอำนาจซื้อของประชาชนจะลดลงอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจให้ย่ำแย่ลงไปอีก เป็นภาพที่ไม่มีใครอยากเห็นและจำเป็นต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.
