belanegara – ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ได้ออกมาจุดประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับสถานะของอินโดนีเซียในฐานะผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ระดับโลก ที่น่าประหลาดใจคือ แม้จะเป็นขุมพลังด้านทรัพยากร แต่ราคาสินค้าสำคัญหลายชนิดกลับถูกกำหนดจากภายนอกประเทศมาอย่างยาวนาน ความไม่พอใจนี้ได้นำไปสู่การผลักดันยุทธศาสตร์สำคัญ นั่นคือการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์แร่และสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ เพื่อให้อินโดนีเซียมีอำนาจในการกำหนดราคาอ้างอิงของตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาตลาดต่างชาติอีกต่อไป
โดย belanegara.co ได้รวบรวมประเด็นสำคัญที่สะท้อนความไม่พอใจของประธานาธิบดีปราโบโวต่อสถานการณ์ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของอินโดนีเซียถูกกำหนดโดยต่างชาติ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 13:10 น. ดังนี้

ประธานาธิบดีปราโบโว (ภาพ: belanegara.co)
ประธานาธิบดีปราโบโวเน้นย้ำว่า ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของสินค้าโภคภัณฑ์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันปาล์ม นิกเกิล ดีบุก ถ่านหิน กาแฟ และยางพารา ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตจากทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชนชาวอินโดนีเซียเอง
แต่สิ่งที่สร้างความขุ่นเคืองใจอย่างยิ่งคือ "บ่อยครั้งเกินไปที่ราคาของความมั่งคั่งที่หลั่งไหลออกมาจากผืนแผ่นดินและหยาดเหงื่อแรงงานของชาวอินโดนีเซีย กลับถูกกำหนดจากภายนอกประเทศ ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ต่างชาติ ด้วยเกณฑ์ที่เราไม่ได้สร้างขึ้นมาเอง" ประธานาธิบดีปราโบโวกล่าวอย่างชัดเจนในระหว่างการแถลงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2570 และบันทึกทางการเงิน
นี่คือจุดยืนที่สะท้อนความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของผู้นำอินโดนีเซีย ที่ต้องการทวงคืนอธิปไตยทางเศรษฐกิจ และสร้างกลไกที่โปร่งใสและเป็นธรรมในการกำหนดมูลค่าของทรัพยากรของชาติอย่างแท้จริง เพื่อให้ผลประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับประชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่ถูกบงการโดยกลไกตลาดจากต่างแดนอีกต่อไป
โดย: Taufik Fajar, นักข่าว
วันที่: จันทร์, 17 สิงหาคม 2569 | 13:10 น.