belanegara – กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของอินโดนีเซีย (Kementan) ได้ประกาศแผนการครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าหมายที่จะกระจายวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย (PMK) จำนวนมหาศาลถึง 4 ล้านโดสทั่วประเทศตลอดปี 2569 มาตรการเชิงรุกนี้มีขึ้นเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนของภาคปศุสัตว์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคของประเทศให้รอดพ้นจากภัยคุกคามของโรคระบาด
นายเฮนดรา วิบาวา ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพสัตว์ กรมปศุสัตว์ ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีน โดยระบุว่า 80% ของจำนวนวัคซีนทั้งหมดจะถูกส่งไปยังพื้นที่ที่กำหนดให้เป็น "เขตกำจัดโรค" ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดสูงและจำเป็นต้องเร่งควบคุมอย่างเด็ดขาด อีก 15% จะจัดสรรให้ "เขตควบคุมโรค" เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย และส่วนที่เหลืออีก 5% จะถูกเก็บไว้เป็นสต็อกสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่คาดฝัน

หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความสำคัญสูงสุดคือจังหวัดชวาตะวันตก ซึ่งเผชิญกับการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยอย่างรุนแรง โดยมีรายงานการเกิดโรคถึง 16 เหตุการณ์ และพบสัตว์ป่วยรวม 177 ราย ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยเหตุนี้ กระทรวงเกษตรฯ จึงได้จัดสรรวัคซีนกว่า 151,000 โดสให้กับจังหวัดนี้โดยเฉพาะ เพื่อควบคุมสถานการณ์ที่น่าวิตกนี้อย่างเร่งด่วน
สถานการณ์ในชวาตะวันตกสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเข้าควบคุมโรค เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนปศุสัตว์หนาแน่นและมีการเคลื่อนย้ายสัตว์ระหว่างพื้นที่สูง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคอย่างรวดเร็ว การดำเนินการเชิงรุกในภูมิภาคนี้จึงถือเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการลุกลามของโรคไปยังส่วนอื่นๆ ของประเทศ
นายเฮนดรากล่าวเสริมว่า "ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา จังหวัดชวาตะวันตกได้รับวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อยไปแล้ว 60,000 โดส ส่วนที่เหลือจะทยอยจัดส่งในรอบถัดไป โดยการจัดสรรวัคซีนสำหรับแต่ละอำเภอและเมืองในชวาตะวันตกจะดำเนินการโดยการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานความมั่นคงทางอาหารและปศุสัตว์ประจำจังหวัด"
แผนการจัดสรรวัคซีนสำหรับชวาตะวันตกแบ่งออกเป็นสองช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม และช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม โดยแต่ละช่วงจะได้รับวัคซีนจำนวน 75,500 โดส ซึ่งรวมเป็น 151,000 โดสตามเป้าหมาย ในการจัดส่งรอบแรกของเดือนมกราคม จังหวัดได้รับวัคซีนไปแล้ว 60,000 โดส และส่วนที่เหลือจะถูกส่งมอบอย่างต่อเนื่องตามกำหนดการ เพื่อให้ครอบคลุมและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ปศุสัตว์ในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับชาติในการปกป้องเศรษฐกิจปศุสัตว์ให้แข็งแกร่งและยั่งยืน.