belanegara – กรุงจาการ์ตา – กระทรวงโยธาธิการและการเคหะ (Kementerian Pekerjaan Umum หรือ PU) ของอินโดนีเซีย ได้จัดสรรงบประมาณมหาศาลถึง 1.65 ล้านล้านรูเปียห์ สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน (Infrastruktur Berbasis Masyarakat หรือ IBM) ในปี 2027 โดยงบประมาณก้อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบงบประมาณเบื้องต้นของกระทรวงฯ ประจำปี 2027 ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึง 98.47 ล้านล้านรูเปียห์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาจากฐานรากอย่างแท้จริง
นายโดดี ฮังกโกโด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและการเคหะ ได้เน้นย้ำว่า โครงการ IBM ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญอันดับต้น ๆ ของกระทรวงฯ เนื่องจากผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้นส่งตรงถึงประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ และการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่

“เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน” นายโดดีกล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2026 “เรามองว่า IBM มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผลกระทบของมันใกล้ชิดและถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยตรงจากประชาชน ไม่ว่าจะในแง่ของกายภาพหรือเศรษฐกิจ”
เขายังเปิดเผยอีกว่า โครงการ IBM ในปี 2027 จะครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายถึง 4,127 แห่งทั่วประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตการเข้าถึงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ในจำนวนนี้ 2,000 แห่งเป็นโครงการเร่งรัดการปรับปรุงระบบชลประทานเพื่อการใช้น้ำ (Program Percepatan Peningkatan Tata Guna Air Irigasi หรือ P3TGAI) ภายใต้ภาคส่วนทรัพยากรน้ำ โดยได้รับงบประมาณจัดสรร 4.5 แสนล้านรูเปียห์ ส่วนอีก 2,127 แห่งจะอยู่ภายใต้หน่วยงานกิจกรรม Cipta Karya ซึ่งมีกรอบงบประมาณ 1.2 ล้านล้านรูเปียห์ สะท้อนถึงการกระจายการลงทุนในหลากหลายมิติ
นายโดดียังกล่าวเสริมว่า กระทรวงฯ ยังคงเดินหน้าผนวกรวมและปรับปรุงโครงการให้มีความคมชัดยิ่งขึ้น เพื่อให้การสนับสนุนโครงการ IBM ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ประชาชนอย่างแท้จริง
“เราจะยังคงเดินหน้าผนวกรวมและปรับปรุงโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การสนับสนุน IBM ดำรงอยู่ และมอบประโยชน์ที่ยั่งยืน” นายโดดีย้ำถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว
หนึ่งในโครงการเรือธงภายใต้แผนงาน IBM คือ P3TGAI ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มผลผลิตภาคการเกษตร ผ่านการปรับปรุงระบบเครือข่ายชลประทานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชนบทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ตามรายงานจาก belanegara.co