belanegara – ท่ามกลางมรสุมความผันผวนของราคาพลังงานฟอสซิลที่โหมกระหน่ำจากพลวัตทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างเร่งแสวงหากลยุทธ์ทางเลือกเพื่อรักษาเสถียรภาพการดำเนินงาน และในภาคส่วนการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน PTPN IV PalmCo ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PTPN III (Persero) ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพลังงานหมุนเวียนจากของเสียปาล์มน้ำมันคือคำตอบสำคัญในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
ด้วยการพลิกโฉมน้ำเสียจากโรงงานปาล์มน้ำมัน (Palm Oil Mill Effluent หรือ POME) ให้กลายเป็นขุมพลังงานหลัก บริษัทได้เดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซชีวภาพ (PLTBg) เพื่อหล่อเลี้ยงการดำเนินงานของโรงงาน นายจัตมิโก เค ซานโตซา ผู้อำนวยการใหญ่ PTPN IV PalmCo ย้ำว่า ความริเริ่มนี้ไม่ใช่การตอบสนองระยะสั้นต่อราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวที่บริษัทได้วางรากฐานมานานแล้ว

"ความผันผวนของราคาพลังงานฟอสซิลในตลาดโลกขณะนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่เราดำเนินการอยู่นั้นเป็นก้าวที่ถูกต้อง PLTBg ช่วยให้เราลดการพึ่งพาดีเซล พร้อมทั้งรักษาประสิทธิภาพด้านต้นทุนการดำเนินงานไปพร้อมกัน" นายจัตมิโกกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพุธ (15 เมษายน 2569) ซึ่งเผยแพร่โดย belanegara.co
ปัจจุบัน PalmCo ดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซชีวภาพสองแห่งที่ใช้ของเสียจากน้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบหลัก ได้แก่ PLTBg Terantam และ PLTBg Tandun โดยทั้งสองแห่งใช้เทคโนโลยี ‘covered lagoon’ ในการบำบัดน้ำเสียให้กลายเป็นก๊าซชีวภาพ ซึ่งจากนั้นจะถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดที่ผลิตได้จะถูกนำไปใช้โดยตรงเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม (PKS) PPIS Tandun และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างมีนัยสำคัญ
จากข้อมูลของบริษัท การใช้พลังงานจากก๊าซชีวภาพทั้งสองแห่งนี้ได้เข้ามาแทนที่การใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันดีเซลได้อย่างมหาศาล ในช่วงปี 2566 ถึง 2568 เพียงสามปี การบริโภคน้ำมันดีเซลลดลงไปกว่า 2.6 ล้านลิตร ประสิทธิภาพนี้ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายของบริษัท PalmCo บันทึกการประหยัดค่าพลังงานได้ประมาณ 39.5 พันล้านรูเปียห์ (ประมาณ 85 ล้านบาทไทย) ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพของพลังงานสะอาดในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
