belanegara – เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา PT TASPEN (Persero) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านการประกันสังคมของอินโดนีเซีย ได้เริ่มดำเนินการจ่ายเงินเดือนที่ 13 ประจำปี 2569 ให้แก่ข้าราชการพลเรือนเกษียณอายุ (ASN) อย่างเป็นทางการแล้ว การดำเนินการครั้งสำคัญนี้เป็นไปตามข้อกำหนดของระเบียบรัฐบาล (Peraturan Pemerintah – PP) ฉบับที่ 9 ประจำปี 2569 ว่าด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือช่วงเทศกาลและเงินเดือนที่ 13 ให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เกษียณอายุ ผู้รับบำนาญ และผู้รับเงินสวัสดิการ นับเป็นข่าวดีที่สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ที่เคยทุ่มเทรับใช้ชาติมาอย่างยาวนาน
การจ่ายเงินครั้งนี้ครอบคลุมผู้รับผลประโยชน์กว่า 3,250,988 รายทั่วประเทศ โดย TASPEN ได้ดำเนินการผ่านเครือข่ายพันธมิตรผู้จ่ายเงิน 46 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของอินโดนีเซีย เพื่อให้มั่นใจในความพร้อมและความราบรื่นของกระบวนการจ่ายเงิน ทาง TASPEN ยังได้มีการตรวจสอบภาคสนาม (Uji Petik) ณ สำนักงานสาขาต่างๆ เพื่อยืนยันความเรียบร้อยก่อนการโอนเงินจริง ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอนเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้รับ

การจ่ายเงินเดือนที่ 13 นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ TASPEN ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของข้าราชการพลเรือนหลังเกษียณอายุ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับโครงการ "อัสตา จิตา" (Asta Cita) ของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ การเพิ่มพูนสวัสดิการของประชาชน และการส่งเสริมการบริหารจัดการบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ปรับตัวได้ดี และน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเสาหลักในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
นายเฮนรา เลขานุการบริษัทของ TASPEN ยืนยันว่า การจ่ายเงินเดือนที่ 13 ประจำปี 2569 ให้แก่ผู้เกษียณอายุจะดำเนินการโดยตรงผ่านพันธมิตรผู้จ่ายเงินของ TASPEN โดยผู้รับผลประโยชน์ไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องขอรับเงินหรือทำการยืนยันตัวตน (authentication) ซ้ำอีกครั้งสำหรับเงินก้อนนี้ ถือเป็นการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้สูงวัยได้รับสิทธิประโยชน์โดยไม่ต้องยุ่งยาก
นายเฮนรากล่าวเสริมว่า “การจ่ายเงินเดือนที่ 13 นี้ เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของ TASPEN ในการรับรองสิทธิของผู้เกษียณอายุให้ได้รับเงินอย่างทันท่วงที ง่ายดาย และปลอดภัย การจ่ายเงินครั้งนี้ยังเป็นเครื่องหมายแห่งความสำนึกในบุญคุณที่ประเทศมีต่อข้าราชการพลเรือนที่ได้อุทิศตนรับใช้ชาติมาตลอดอายุราชการ” คำกล่าวนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลผู้ที่เคยเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ
เขายังชี้แจงเพิ่มเติมว่า กระบวนการจ่ายเงินจะอ้างอิงจากข้อมูลบัญชีเงินบำนาญของเดือนพฤษภาคม 2569 แม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนเป็นพิเศษเพื่อรับเงินเดือนที่ 13 แต่ผู้รับเงินยังคงต้องทำการยืนยันตัวตนเป็นประจำทุกเดือนตามปกติ เพื่อให้ระบบข้อมูลเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติ
สำหรับรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือนที่ 13 ประจำปี 2569 ที่ผู้รับผลประโยชน์ควรทราบ มีดังนี้:
- การคำนวณ: จำนวนเงินเดือนที่ 13 จะคำนวณจากองค์ประกอบรายได้ที่จ่ายในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเทียบเท่ากับเงินสวัสดิการที่ได้รับตลอดหนึ่งเดือนตามข้อกำหนดของกฎหมาย
- ไม่มีการหักลดหย่อน: เงินเดือนที่ 13 นี้จะไม่มีการหักเงินสมทบหรือการหักลดหย่อนอื่นใด รวมถึงการหักเงินกู้บำนาญและภาษีเงินได้ ซึ่งทั้งหมดนี้รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบ ทำให้ผู้เกษียณอายุได้รับเงินเต็มจำนวน
- จ่ายเพียงครั้งเดียว: กรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้รับบำนาญมีสถานะผู้รับผลประโยชน์มากกว่าหนึ่งสถานะ เงินเดือนที่ 13 จะจ่ายให้เพียงครั้งเดียว โดยอ้างอิงจากผลประโยชน์ที่มีมูลค่าสูงสุด เพื่อความเป็นธรรมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
การดำเนินการครั้งนี้ของ TASPEN ถือเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสวัสดิการของข้าราชการพลเรือนที่เกษียณอายุ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่มั่นคงและเป็นธรรมตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาลอินโดนีเซีย.