belanegara – อินโดนีเซียกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดปุ๋ยยูเรียระดับโลก หลังเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาดภายในประเทศ ส่งผลให้หลายชาติแสดงความสนใจที่จะนำเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเดียและฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังพิจารณาการนำเข้าปุ๋ยจากแดนอิเหนาอย่างจริงจัง ตามคำยืนยันของนายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจ
นายแอร์ลังกาเปิดเผยว่า "ปุ๋ยของเรามีผลผลิตเกินความต้องการภายในประเทศ ทำให้หลายประเทศ เช่น อินเดีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงออสเตรเลีย ได้ติดต่อขอซื้อจากอินโดนีเซีย" คำกล่าวนี้ตอกย้ำถึงศักยภาพของอินโดนีเซียในการเป็นแหล่งผลิตปุ๋ยที่สำคัญในภูมิภาค

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ปุ๋ยอินโดนีเซียเป็นที่ต้องการคือ ‘ราคาที่แข่งขันได้’ ซึ่งนายแอร์ลังกาชี้ว่าเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดผู้ซื้อต่างชาติ ความได้เปรียบด้านราคานี้เป็นผลพวงจากนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดราคาก๊าซสำหรับอุตสาหกรรมปุ๋ยไว้ที่ประมาณ 6 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ MMBTU (หน่วยความร้อนล้านบีทียู) เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกสูงสุด (HET) ให้คงที่และเอื้อต่อการแข่งขันในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้รัฐบาลอินโดนีเซียได้อนุมัติการส่งออกปุ๋ยยูเรียไปยังออสเตรเลียแล้ว โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ได้ให้ความเห็นชอบการส่งออกปุ๋ยจำนวน 250,000 ตันไปยังประเทศดังกล่าว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีส ของออสเตรเลีย
นายแอร์ลังกาเสริมว่า "อินโดนีเซียมีความยืดหยุ่นในภาคส่วนอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความมั่นคงด้านปุ๋ยยูเรีย" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมปุ๋ยต่อความมั่นคงทางอาหารของชาติ
ก่อนหน้านี้ นายเท็ดดี้ อินทรา วิชัย เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่าหลายประเทศ อาทิ อินเดีย ฟิลิปปินส์ ไทย และบราซิล ต่างแสดงความสนใจที่จะนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากอินโดนีเซีย โดยมีปริมาณรวมที่อาจสูงถึง 1 ล้านตัน ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพอันมหาศาลของอินโดนีเซียในตลาดปุ๋ยโลก รายงานจาก belanegara.co ระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้จะช่วยเสริมสร้างบทบาทของอินโดนีเซียในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกปุ๋ยที่สำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก.
