belanegara – อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองครั้งใหม่ ด้วยการคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด มูลค่าพุ่งทะยานแตะ 6.74 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2.4 ล้านล้านบาทภายในปี 2031 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจาก 3.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 การเติบโตอันน่าทึ่งนี้จะส่งให้ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นหนึ่งในตลาดการเดินทางที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก และคาดว่าจะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 15.4% ของความต้องการเดินทางทั่วโลก
เพื่อตอบรับโอกาสอันมหาศาลนี้ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการเดินทางและการบริการจึงเร่งเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อขยายการเข้าถึงบริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญคือการจับมือเป็นพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายระยะยาวระหว่าง Traveloka แพลตฟอร์มการเดินทางชั้นนำ และ Marriott International เครือโรงแรมระดับโลก

ความร่วมมือครั้งนี้จะเชื่อมโยงพอร์ตโฟลิโอโรงแรมและรีสอร์ตทั้งหมดของ Marriott International เข้ากับแพลตฟอร์ม Traveloka โดยตรง ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งในอินโดนีเซียและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเข้าถึงข้อมูลห้องว่างและราคาได้แบบเรียลไทม์อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาหรือจองที่พัก
ปัจจุบัน Marriott International มีโรงแรมและรีสอร์ตในเครือกว่า 10,000 แห่ง ครอบคลุม 146 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก สำหรับในอินโดนีเซีย บริษัทบริหารจัดการเกือบ 90 แห่ง และยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการพัฒนาอีกหลายแห่ง ขณะเดียวกัน ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การขยายตัวก็ดำเนินไปอย่างคึกคักในตลาดสำคัญๆ เช่น เวียดนาม ไทย และมาเลเซีย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมในภาพรวม
นายจอห์น ทูมีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) ของ Marriott International เน้นย้ำว่า อินโดนีเซียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตแข็งแกร่งที่สุดสำหรับบริษัท
"อินโดนีเซียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเราเล็งเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการขยายการดำเนินงานของเราอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอประสบการณ์ที่หลากหลายจากพอร์ตโฟลิโอของเราสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่กว้างขวางยิ่งขึ้น" นายทูมีย์กล่าวผ่าน belanegara.co