belanegara – นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณีของอินโดนีเซีย ได้รายงานความคืบหน้าล่าสุดของโครงการไบโอดีเซล B50 ซึ่งเป็นการผสมน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในสัดส่วน 50% กับน้ำมันดีเซล โดยระบุว่าการทดสอบได้บรรลุเป้าหมายไปแล้วกว่า 70% และพร้อมเดินหน้าบังคับใช้เต็มรูปแบบในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายบาห์ลิลย้ำว่านี่คือ "โหมดเอาตัวรอด" (survival mode) ของประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานแห่งชาติ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียดและส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก
โครงการ B50 นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ นายบาห์ลิลกล่าวเมื่อวันศุกร์ (10 เมษายน 2569) ที่สำนักงานของเขาว่า "นี่คือนโยบายของรัฐบาล เป็นโหมดเอาตัวรอด เพื่อที่เราจะได้ไม่ขึ้นอยู่กับตลาดโลกมากเกินไปในเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล" การเคลื่อนไหวเชิงรุกนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของอินโดนีเซียในการสร้างภูมิคุ้มกันทางพลังงาน และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

รัฐมนตรีบาห์ลิลยังได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบการใช้ B50 ในภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรกลหนัก รถไฟ เรือเดินสมุทร ไปจนถึงยานยนต์ทั่วไป ซึ่งได้คืบหน้าไปแล้วถึง 60-70% โดยตั้งเป้าจะดำเนินการทดสอบให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน การทดสอบที่ครอบคลุมนี้มีขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่า B50 สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในทุกสภาพการใช้งาน
อย่างไรก็ตาม นายบาห์ลิลยอมรับว่ายังคงมีการปรับปรุงและแก้ไขในประเด็นที่เกี่ยวกับกำลังการผลิตไบโอดีเซลภายในประเทศ ซึ่งบางฝ่ายประเมินว่าอาจยังไม่เพียงพอต่อความต้องการหากมีการบังคับใช้ B50 อย่างเต็มรูปแบบ แต่เขาก็ยืนยันว่าได้มีการหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้แล้ว เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ B50 เป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน โครงการ B50 จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่กำหนดทิศทางอนาคตพลังงานของอินโดนีเซียในเวทีโลก.