belanegara – รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเกษตรกรรม ด้วยการเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนเพื่อสร้างสมดุลทางการค้า อินโดนีเซียเตรียมเพิ่มการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ
นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการชาวอินโดนีเซียมีความกระตือรือร้นที่จะสานต่อการค้ากับสหรัฐฯ ไม่เพียงเฉพาะสินค้าเกษตรหรืออาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ อีกหลายรายการ ในการประชุมกับนายลุค เจ. ลินด์เบิร์ก ปลัดกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ฝ่ายการค้าและกิจการเกษตรต่างประเทศ และคณะผู้แทนผู้ส่งออกสินค้าเกษตรสหรัฐฯ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ กรุงจาการ์ตา นายแอร์ลังกาได้ย้ำถึงเป้าหมายของรัฐบาลในการจัดซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

"ผมคิดว่าเรากำลังผลักดันความคืบหน้าของข้อตกลงทางการค้านี้อย่างเต็มที่ เพราะผมเชื่อว่าจะมีโอกาสการลงทุนใหม่ๆ เกิดขึ้นจากข้อตกลงนี้ด้วย นี่คือหนทางที่อินโดนีเซียจะได้รับเงินลงทุนจากสหรัฐฯ คุณนำเงินทุนและเทคโนโลยีเข้ามา และนั่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอินโดนีเซีย" นายแอร์ลังกาให้ความเห็นในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 กุมภาพันธ์ 2026)
บันทึกความเข้าใจระหว่างสองประเทศครอบคลุมสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ 5 ชนิด ได้แก่ ถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ข้าวสาลี ฝ้าย และข้าวโพด ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับภาคอุตสาหกรรมของอินโดนีเซีย และยังไม่สามารถผลิตได้เพียงพอภายในประเทศ
ตามข้อมูลจากสถานทูตสหรัฐฯ ระบุว่า กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ได้จัดคณะผู้แทนการค้าเยือนกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อขยายการเข้าถึงตลาด เพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรของอเมริกา และคว้าโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างอินโดนีเซีย-สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ belanegara.co มองเห็นถึงศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองชาติในอนาคต.