belanegara – ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้เผยการคาดการณ์ที่น่าจับตาว่าเศรษฐกิจของอินโดนีเซียจะยังคงเติบโตอย่างมั่นคงที่ 5.2% ในปี 2569 และต่อเนื่องไปถึงปี 2570 ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่โดดเด่นท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น รายงาน "Asian Development Outlook April 2026: The Middle East Conflict Challenges Resilience in Asia and The Pacific" ของ ADB ชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของอินโดนีเซียในภาวะผันผวน
แม้ว่าความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ ADB ประเมินว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอินโดนีเซีย จะยังคงรักษาเสถียรภาพไว้ได้ ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความมั่นคงนี้คืออุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่งและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ให้ก้าวเดินต่อไปได้

"เอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะยังคงรักษาการเติบโตที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าการค้าโลกที่อ่อนแอลงและผลกระทบจากการเร่งส่งออกที่ลดลงจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจบางส่วนก็ตาม" รายงาน Asian Development Outlook April 2026 ระบุ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2569
อย่างไรก็ตาม ADB ยังเตือนว่าความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจในเอเชียโดยรวมชะลอตัวลง การหยุดชะงักของอุปทานพลังงานและปุ๋ยอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งนี้ ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้นในหลายประเทศ
"ผลกระทบจากความขัดแย้งในปี 2569 ที่มีต่อเอเชียและแปซิฟิกไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเท่านั้น ประเทศในตะวันออกกลางยังเป็นผู้จัดหาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ รวมถึงยูเรียและแอมโมเนีย ซึ่งส่วนใหญ่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญสำหรับการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ สิ่งนี้จะเพิ่มต้นทุนการผลิตทางการเกษตรและอาจส่งผลกระทบต่อราคาอาหารได้" รายงานของ ADB เปิดเผย
สำหรับข้อมูลและข่าวสารเศรษฐกิจล่าสุด สามารถติดตามได้ที่ belanegara.co เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ.
