belanegara – ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ต้องเผชิญกับสภาวะการทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง ความทนทานของเครื่องจักรกลหนักคือหัวใจสำคัญ ล่าสุดมีการทดสอบเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อค้นหาทางเลือกใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม โดยมุ่งเน้นไปที่รถบรรทุกขนส่งวัสดุขนาดมหึมาที่มีพิกัดน้ำหนักถึง 100 ตัน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบสมรรถนะอย่างเข้มข้น ณ พื้นที่เหมืองของ PT Kideco Jaya Agung ในจังหวัดกาลิมันตันตะวันออก โดยได้รับการสนับสนุนจาก PT United Tractors Tbk เพื่อทดสอบเทคโนโลยีที่พัฒนาโดย PT Komatsu Marketing & Support Indonesia (KMSI)
หัวใจสำคัญของการทดสอบครั้งนี้คือรถรุ่น Komatsu HD785-7 Hybrid EREV ซึ่งใช้เทคโนโลยี Extended-Range Electric Vehicle (EREV) โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อน ระบบนี้มีความพิเศษตรงที่แบตเตอรี่สามารถรับพลังงานได้จากทั้งแหล่งจ่ายไฟภายนอกและจากเครื่องยนต์ปั่นไฟในตัว ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในขณะปฏิบัติงาน

สำหรับการประเมินผลในครั้งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่สมรรถนะการขับเคลื่อน ความทนทานของตัวรถ ผลิตภาพในการทำงาน (Productivity) ไปจนถึงความน่าเชื่อถือในสภาวะการใช้งานจริง นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การวัดผลลัพธ์ด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ทั้งในแง่ของการประหยัดเชื้อเพลิงและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สมบูรณ์แบบที่สุดก่อนที่จะมีการเปิดตัวสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ
การเลือกพื้นที่เหมืองแร่เป็นสถานที่ทดสอบนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เห็นภาพการทำงานในสภาวะที่โหดร้ายที่สุด โดยได้รับความร่วมมือจาก PT Pamapersada Nusantara (PAMA) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ United Tractors และเป็นผู้รับเหมาเหมืองแร่ชั้นนำที่มีประสบการณ์สูง จากการใช้งานรถรุ่น Komatsu HD785-7 มาแล้วกว่า 3,000 คันในหลายโครงการทั่วประเทศ ประสบการณ์อันยาวนานนี้จะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการประเมินว่าเทคโนโลยีไฮบริดจะสามารถตอบโจทย์การทำงานขนาดใหญ่ในระยะยาวได้หรือไม่
ทั้งนี้ PT United Tractors ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลหนัก Komatsu อย่างเป็นทางการในอินโดนีเซีย ได้ดำเนินธุรกิจภายใต้เสาหลักด้าน Mining Solutions and Heavy Equipment มาตั้งแต่ปี 1972 โดยปัจจุบันบริษัทได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับหลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance) เพื่อความยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาเครื่องจักรกลหนักที่ใช้ระบบไฟฟ้า (Electrification) นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามรายงานจาก belanegara.co