belanegara – ธนาคาร PT Bank Negara Indonesia Tbk (BNI) ได้ดำเนินการคืนเงินทั้งหมดจำนวน 28,000 ล้านรูเปียห์ ให้แก่คณะผู้ศรัทธาคริสตจักรคาทอลิกประจำเขตแพริชเซนต์ฟรานซิส อัสซีซี แอคนะบารา อย่างเป็นทางการแล้ว ถือเป็นการปิดฉากประเด็นร้อนที่สร้างความกังวลใจให้แก่ชุมชนมาอย่างยาวนาน และนำมาซึ่งความโล่งใจให้กับหลายฝ่าย
นายมูนาดี เฮอร์ลัมบัง ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบของ BNI เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ธนาคารได้คืนเงินในงวดแรกไปแล้ว 7,000 ล้านรูเปียห์ และในส่วนที่เหลืออีก 21,000 ล้านรูเปียห์ ได้ถูกชำระคืนและโอนไปยังสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน (CU) ของเขตแพริชแอคนะบาราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

"วันนี้ เรามีความยินดีที่จะแจ้งข่าวดีให้แก่สาธารณชนทราบว่า กระบวนการคืนเงินให้แก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเขตแพริชแอคนะบาราได้เสร็จสิ้นลงแล้ว" นายมูนาดีกล่าวในการแถลงข่าวที่อาคาร Grha BNI เมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำเร็จของการทำงานร่วมกันเพื่อหาทางออก
นายมูนาดีกล่าวเสริมว่า การดำเนินการคืนเงินทุนของคณะผู้ศรัทธาที่ฝากไว้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งนี้ เป็นความพยายามร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางฉันมิตรและเป็นกันเอง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน
"เป้าหมายหลักของเราคือการทำให้มั่นใจว่าการแก้ไขปัญหาจะดำเนินไปอย่างราบรื่น และสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง" เขากล่าวเสริม โดยเน้นย้ำถึงหลักการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน
นอกจากนี้ นายมูนาดีได้กล่าวขออภัยต่อชาวคาทอลิกทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเขตแพริชแอคนะบารา สำหรับความวุ่นวายและความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งธนาคารหวังว่าการดำเนินการครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการเยียวยาและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในอนาคต
