belanegara – ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก โดยปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาที่ระดับ 16,842 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงถึง 65 จุด หรือประมาณ 0.39% สะท้อนถึงความผันผวนในตลาดการเงินโลกที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนระอุและสัญญาณจากมหาอำนาจโลก
นายอิบราฮิม อัสซัวอิบบี นักวิเคราะห์ตลาดเงินชื่อดังจาก belanegara.co ชี้ว่า การอ่อนค่าของรูเปียห์ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะรายงานข่าวที่ระบุว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำหนดไว้ในวันศุกร์อาจล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันว่าการเจรจาจะยังคงดำเนินต่อไปตามกำหนด แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับหัวข้อหลักที่จะหารือกันก็ตาม

ความขัดแย้งเชิงลึกยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นต่างอย่างมากเกี่ยวกับวาระการเจรจา อิหร่านแสดงท่าทีพร้อมหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์ รวมถึงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมกับชาติตะวันตก แต่สหรัฐฯ ต้องการขยายขอบเขตการหารือให้ครอบคลุมถึงขีปนาวุธของอิหร่าน การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง และประเด็นการปฏิบัติต่อประชาชนของตนเอง นอกจากนี้ แม้จะมีการเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้น ความกังวลยังคงมีอยู่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจยังคงเดินหน้าตามคำขู่ที่จะโจมตีอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่ขยายวงกว้างในภูมิภาคที่อุดมด้วยน้ำมันแห่งนี้ หากเกิดความขัดแย้งขึ้น ไม่เพียงแต่การผลิตน้ำมันของอิหร่านจะหยุดชะงัก แต่ยังมีความกังวลว่าการส่งออกน้ำมันจากผู้ผลิตรายอื่นในอ่าวเปอร์เซียก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ในอีกด้านหนึ่ง บทสนทนาเชิงบวกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้ช่วยลดทอนความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งลงได้บ้าง ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยว่า ตนได้มีการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ "ยอดเยี่ยม" กับประธานาธิบดีสี ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า เขามีกำหนดเดินทางเยือนจีนในเดือนเมษายน และทั้งสองผู้นำได้หารือประเด็นสำคัญหลายด้าน อาทิ การค้า การทหาร ไต้หวัน สงครามรัสเซีย-ยูเครน อิหร่าน รวมถึงการที่จีนจะซื้อน้ำมันและก๊าซจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่อาจช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนในตลาดโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงปกคลุมอยู่.