belanegara – สมาคมผู้ประกอบการไทย (Apindo) ได้ออกมาแสดงทัศนะต่อท่าทีของรัฐบาลที่ยังไม่เร่งปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง แม้จะมีกระแสความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ขาดแคลนพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การตัดสินใจตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับการอุดหนุนนี้ ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อภาคธุรกิจและประชาชนในวงกว้าง
นายบ็อบ อาซัม หัวหน้าฝ่ายแรงงานของ Apindo ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 โดยกล่าวว่า "เราขอชื่นชมความพยายามของรัฐบาลที่ไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างจริงใจ เพราะผลกระทบที่ตามมานั้นกว้างขวางและส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของประชาชน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การขึ้นราคาน้ำมันมักจะสร้างแรงกระแทกอย่างรุนแรงต่อกระเป๋าเงินของผู้บริโภค"

นายบ็อบยังได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของภาวะเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออำนาจการซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม Apindo ได้เรียกร้องให้ภาคธุรกิจพิจารณาการปรับขึ้นราคาเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น เมื่อต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
"ดังนั้น เราไม่ควรปล่อยให้กำลังซื้อของประชาชนถูกบั่นทอนจนภาคธุรกิจต้องปรับขึ้นราคา และในส่วนของห่วงโซ่อุปทานก็เช่นกัน แม้ว่าสถานการณ์การขาดแคลนอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ราคาพุ่งสูงขึ้น แต่เราในภาคอุตสาหกรรมควรอดทนและยับยั้งชั่งใจให้มากที่สุด" เขากล่าวเสริม "เราต้องช่วยกันรักษาสมดุล เพื่อให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคสามารถดำเนินกิจการและใช้ชีวิตต่อไปได้"
อย่างไรก็ตาม นายบ็อบตระหนักดีว่ารัฐบาลไม่สามารถตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ได้ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนและสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะท้ายที่สุดแล้ว งบประมาณของประเทศจะต้องถูกนำมาใช้เพื่อชดเชยส่วนต่างของเงินอุดหนุน ซึ่งเป็นภาระที่รัฐบาลต้องแบกรับ