belanegara – ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (BEI) กำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องสำคัญจาก Morgan Stanley Capital International (MSCI) สถาบันจัดทำดัชนีระดับโลก โดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเดือนพฤษภาคม 2569 มิฉะนั้นแล้ว ตลาดหุ้นอินโดนีเซียอาจเผชิญกับการลดอันดับจาก ‘ตลาดเกิดใหม่’ (Emerging Market) สู่ ‘ตลาดชายขอบ’ (Frontier Market) ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระแสเงินทุนต่างชาติ
นายอิมาน ราชมัน ผู้อำนวยการตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (BEI) ได้เปิดเผยว่า หนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของ MSCI คือความสมบูรณ์และความโปร่งใสของข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนการถือครองหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้นรายบุคคลและผู้ถือหุ้นที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดาในบริษัทจดทะเบียน หากข้อเรียกร้องเหล่านี้ไม่ได้รับการตอบสนอง ตลาดหุ้นอินโดนีเซียก็มีความเสี่ยงที่จะถูกลดสถานะจากตลาดเกิดใหม่ไปเป็นตลาดชายขอบ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อภาพลักษณ์เศรษฐกิจของประเทศ

“เราได้แจ้งไปแล้วว่า หากข้อมูลที่พวกเขาคาดหวัง รวมถึงความโปร่งใส ไม่ได้รับการตอบสนองภายในเดือนพฤษภาคม พวกเขาจะลดอันดับเราจากตลาดเกิดใหม่ไปเป็นตลาดชายขอบ” นายอิมานกล่าวในการแถลงข่าวที่อาคารตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียเมื่อเร็วๆ นี้
นายอิมานกล่าวเสริมว่า ทาง BEI จะมีการหารือเชิงลึกกับ MSCI เกี่ยวกับข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการประเมินบริษัทจดทะเบียนในอินโดนีเซีย “เรากำลังกำหนดรูปแบบว่าเราจะสามารถให้ข้อมูลอะไรได้บ้าง การหารือนี้จะดำเนินต่อไป และเราหวังว่าจะแล้วเสร็จก่อนเดือนพฤษภาคม” เขากล่าว
ในโอกาสเดียวกัน นายอิรฟาน ซูซันดี้ ผู้อำนวยการฝ่ายการค้าและการกำกับดูแลสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ BEI ได้กล่าวเสริมว่า ทางตลาดหลักทรัพย์จะปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างการถือครองหุ้นในอินโดนีเซียให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องข้อมูลเชิงลึกจากดัชนีระดับโลกอย่าง MSCI การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาอันดับของตลาดหุ้นอินโดนีเซีย แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของตลาดทุนให้ทัดเทียมกับสากล ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการดึงดูดการลงทุนในระยะยาว ตามรายงานจาก belanegara.co