belanegara – ป่าชายเลนมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจชายฝั่งทั่วโลก โดยทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันชายฝั่งจากการกัดเซาะตามธรรมชาติ ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มหาศาล เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยอันอุดมสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยรักษาสมดุลของคุณภาพน้ำ สนับสนุนการประมง และเป็นแหล่งยังชีพที่สำคัญของชุมชนชายฝั่ง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันในอินโดนีเซียกลับน่าเป็นห่วง เนื่องจากป่าชายเลนกำลังเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนสภาพการใช้ที่ดินและกิจกรรมของมนุษย์ที่ไม่ยั่งยืน เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการณ์นี้ และเนื่องในโอกาสวันคุ้มครองโลกซึ่งตรงกับวันที่ 22 เมษายนของทุกปี ธนาคาร BRI ผ่านโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) "BRI Peduli" ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง โดยริเริ่มโครงการ "BRI Menanam-Grow & Green" ด้วยการปลูกป่าชายเลนจำนวน 500 ต้นในพื้นที่ชายฝั่งมูอารากัมบง อำเภอบากาซี จังหวัดชวาตะวันตก
ในกิจกรรมครั้งสำคัญนี้ BRI Peduli ได้ผนึกกำลังกับกลุ่มเกษตรกรป่าไม้ (KTH) ซุมเบอร์ มักมูร์ (Sumber Makmur) เพื่อดำเนินการปลูกป่าชายเลนบนพื้นที่รวม 500 ตารางเมตร แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

คุณธันนี่ เลขานุการบริษัท BRI ได้กล่าวเน้นย้ำว่า กิจกรรมการปลูกป่าชายเลนที่มูอารากัมบงนี้ เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ BRI ในการกอบกู้ระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญกับความเปราะบางอย่างสูงจากการกัดเซาะชายฝั่ง การรุกล้ำของน้ำเค็ม และการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศโดยรวม การเลือกปลูกป่าชายเลนนั้นมาจากบทบาทเชิงกลยุทธ์ของพืชชนิดนี้ในการปกป้องแนวชายฝั่ง ปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดในพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว และเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่ออนาคตของชาติที่ belanegara.co ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
