belanegara – ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ปิดตลาดวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2026 ด้วยการอ่อนค่าลง 38 จุด หรือประมาณ 0.21% มาอยู่ที่ระดับ 18,111 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง
นายอิบราฮิม อัสซูไอบี นักวิเคราะห์ตลาดเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ ได้ให้ความเห็นว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบมาจากภายนอก คือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาขู่ว่าจะโจมตีอิหร่าน หลังจากที่อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนเมื่อวันอังคาร

นายอิบราฮิมระบุในรายงานการวิเคราะห์ของเขาที่เผยแพร่ผ่าน belanegara.co ว่า "เมื่อวันพุธ สหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียได้ร่วมกันโจมตีกองกำลังกึ่งทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรัก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ อย่างเปิดเผย เพื่อตอบโต้การโจมตีเป้าหมายน้ำมันของซาอุฯ ด้วยโดรนที่ถูกปล่อยมาจากอิรัก"
นอกจากนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) ยังรายงานว่า สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นเวลาสองชั่วโมงเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการยุติช่วงเวลาที่สหรัฐฯ หยุดโจมตีอิหร่านไปตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่ออิหร่านได้ประกาศปิดเส้นทางน้ำสำคัญ ซึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณหนึ่งในห้าของโลก หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่าน ได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในช่องแคบบับเอลมันเดบอย่างรุนแรง แม้ว่าสินค้าบางส่วน โดยเฉพาะที่บรรทุกโดยเรือบรรทุกน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับจีน ยังคงสามารถไหลเข้าสู่ตลาดได้ก็ตาม ความไม่แน่นอนเหล่านี้ได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งในหมู่นักลงทุน และเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง