belanegara – ราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เป็นปรากฏการณ์ที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นถึง 3 ปัจจัยหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า และส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกอย่างมีนัยสำคัญ
ศาสตราจารย์ด้านการเงินและตลาดทุน จากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย คุณบุดี เฟรนซิดี้ ได้ให้ความเห็นว่า เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ภาวะเศรษฐกิจถดถอย สงคราม และการแพร่ระบาดของโรคระบาดอย่างโควิด-19 ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำให้สูงขึ้น

“หากเกิดสงคราม นักลงทุนจะเร่งขายหุ้นและพันธบัตร เพื่อเปลี่ยนมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งทองคำนับเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับต้นๆ” คุณบุดีกล่าวในงาน IDX Channel Community Gathering 2025 ณ ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568
นอกจากปัจจัยหลักทั้งสามแล้ว การที่ประเทศต่างๆ เช่น จีนและสิงคโปร์ ทยอยลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ และหันมาลงทุนในทองคำ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ความต้องการทองคำเพิ่มสูงขึ้น หากแนวโน้มการซื้อทองคำยังคงดำเนินต่อไป ราคาทองคำอาจพุ่งสูงขึ้นไปถึง 3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์
“อุปทานมีจำกัด แต่ความต้องการสูงมาก จึงเกิดการซื้อขายอย่างคึกคัก หากยังคงซื้อขายกันอย่างต่อเนื่อง ราคาก็อาจไปถึง 3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ได้” คุณบุดีกล่าวเสริม
คุณบุดีกล่าวต่อไปว่า ราคาทองคำจะกลับสู่ภาวะปกติเมื่อเศรษฐกิจโลกมีความมั่นคง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนขายทองคำและหันไปลงทุนในหุ้นและพันธบัตรอีกครั้ง นอกจากนี้ ค่าเงินรูปีที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ราคาทองคำสูงขึ้นเช่นกัน