belanegara – นายโจโกะ สิสวันโต หัวหน้าหน่วยงานพิเศษผู้ดำเนินการกิจการต้นน้ำน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (SKK Migas) ประกาศข่าวดีที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการเศรษฐกิจไทย โดยเปิดเผยว่าปริมาณการยกน้ำมันดิบในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 (มกราคม-มิถุนายน) ทำได้ถึง 578,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 95.5% ของเป้าหมายที่วางไว้ในงบประมาณรายได้และรายจ่ายของรัฐบาล (APBN) ปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 605,000 บาร์เรลต่อวัน ถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด
"ขอขอบคุณพระเจ้าที่ผลผลิตน้ำมันดิบในแต่ละเดือนสูงกว่าปีที่แล้ว แม้ว่าจะยังไม่ถึงเป้าหมาย 100% ของ APBN แต่เราก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ตามเป้าหมาย 605,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในเดือนธันวาคมนี้" นายโจโกะ กล่าวในการแถลงข่าวผลการดำเนินงานกิจการต้นน้ำน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ครึ่งปีแรก ปี 2568 ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568

ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจนถึงเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ 579,300 บาร์เรลต่อวัน
นายโจโกะ อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างปริมาณการผลิตและปริมาณการยกน้ำมันดิบว่า เนื่องจากไม่ใช่ทุกบริษัทผู้รับเหมาภายใต้สัญญาการทำงาน (KKKS) จะทำการยกน้ำมันดิบหลังจากการผลิตเสร็จสิ้นทันที บางบริษัทเลือกที่จะเก็บน้ำมันดิบไว้ก่อนแล้วจึงทำการยกน้ำมันดิบพร้อมกันในภายหลัง
"ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นทุกวัน ประมาณ 100,000 บาร์เรล เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายใน APBN ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสนับสนุนของแหล่งน้ำมัน Forel-Terubuk และการเพิ่มขึ้นของการผลิตใน Banyu Urib ซึ่งทั้งสองแห่งได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยท่านประธานาธิบดี" นายโจโกะ กล่าวเสริม
ข่าวดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของภาคเศรษฐกิจไทย และเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล และส่งผลดีต่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศไทยต่อไป