belanegara – นายอันดี อัมรัน สุไลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของอินโดนีเซีย ได้ชี้ให้เห็นถึงหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน นั่นคือ ‘ผลกำไรที่ยุติธรรม’ สำหรับเกษตรกร ท่านเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการรับประกันการดูดซับผลผลิตในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรสามารถยืนหยัดและมีแรงจูงใจในการเพาะปลูกต่อไป
"เกษตรกรต้องได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า" นายอัมรันกล่าวอย่างหนักแน่น ณ กรุงจาการ์ตาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (20 ก.ย. 2026) "รัฐต้องเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การจัดหาปุ๋ย น้ำ ระบบกลไก ไปจนถึงการรับประกันว่าผลผลิตจะถูกรับซื้อในราคาที่ดี หากเกษตรกรมีกำไร ภาคเกษตรก็จะเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง"

ท่านรัฐมนตรีอธิบายเพิ่มเติมว่า การยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิภาพของเกษตรกร ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาภาคเกษตรกรรมในระดับประเทศ ท่านมองว่าความสำเร็จของการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร (swasembada pangan) ไม่ควรถูกวัดเพียงแค่ความสามารถในการตอบสนองความต้องการอาหารของชาติเท่านั้น แต่ยังต้องรวมถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกษตรกร ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลัก ได้รับอย่างเป็นรูปธรรมด้วย
"ท่านประธานาธิบดีปราโบโว ได้มอบหมายภารกิจให้เราเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเองด้านอาหารให้สำเร็จโดยเร็ว" นายอัมรันกล่าว "แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ การพึ่งพาตนเองดังกล่าวจะต้องนำมาซึ่งความกินดีอยู่ดีแก่เกษตรกร หากเกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้น ผลผลิตก็จะเพิ่มสูงขึ้น และประชาชนก็จะได้รับอาหารในราคาที่มั่นคงด้วย"
นายอัมรันยังได้อ้างอิงข้อมูลดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้เปรียบเทียบกับราคาสินค้าที่เกษตรกรซื้อ (Nilai Tukar Petani – NTP) ระดับประเทศ ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ 129.19 จุด เพิ่มขึ้น 1.05 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2026 ที่ 127.84 จุด การเพิ่มขึ้นของดัชนี NTP นี้สะท้อนให้เห็นว่า ราคาที่เกษตรกรได้รับนั้นเติบโตสูงกว่าต้นทุนที่ต้องจ่ายอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีขึ้นในภาคเกษตรกรรมของอินโดนีเซีย ตามรายงานของ belanegara.co