belanegara – การผนึกกำลังระหว่างบริษัทเดินเรือขนส่งสินค้า (shipping line) และผู้ให้บริการขนส่งทางรถไฟ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างการเชื่อมโยงการขนส่งหลากหลายรูปแบบ (multimodal connectivity) พร้อมทั้งเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการในการกระจายสินค้า KAI Logistik เล็งเห็นศักยภาพนี้ จึงได้ผลักดันความร่วมมือดังกล่าว โดยใช้ประโยชน์จากระบบรางให้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การกระจายสินค้าของบริษัทเดินเรือ
เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นดังกล่าว KAI Logistik ได้เปิดตัวโครงการ "Shipping Line Special Rate" ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 โดยเป็นข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้ากลุ่มบริษัทเดินเรือขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าปัจจุบันหรือลูกค้าใหม่ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด

ภายใต้โครงการนี้ บริษัทเดินเรือจะได้รับสิทธิประโยชน์จากอัตราค่าบริการพิเศษสำหรับการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ในเส้นทางไป-กลับระหว่างจาการ์ตา-สุราบายา และจาการ์ตา-เซมารัง ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญของอินโดนีเซีย
บริษัทเดินเรือขนส่งสินค้า หรือ "shipping line" คือผู้ให้บริการขนส่งและลำเลียงสินค้าทางทะเลโดยใช้เรือ รวมถึงการบริหารจัดการการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน บทบาทของพวกเขาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบนิเวศโลจิสติกส์ เพราะทำหน้าที่เชื่อมโยงการไหลเวียนของสินค้าทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศผ่านการขนส่งทางทะเลและการเชื่อมโยงการขนส่งหลากหลายรูปแบบ
คุณอานิก ดวี เดวิยันติ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ KAI Logistik กล่าวว่า ความร่วมมือกับบริษัทเดินเรือขนส่งสินค้าถือเป็นโอกาสอันดีในการขยายการใช้ประโยชน์จากระบบรถไฟให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การกระจายสินค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
"ด้วยโครงการ Shipping Line Special Rate นี้ เราต้องการเปิดพื้นที่ความร่วมมือที่กว้างขึ้นกับบริษัทเดินเรือ เพื่อใช้ประโยชน์จากรถไฟให้เป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายการกระจายสินค้า เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะช่วยสนับสนุนการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น" คุณอานิกกล่าวทิ้งท้าย