belanegara – รัฐมนตรีประสานงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาภูมิภาคของอินโดนีเซีย นายอากุส ฮาริมูร์ตี ยุดโดโยโน (AHY) ได้เน้นย้ำถึงการพลิกฟื้นพื้นที่เป้าหมายและการยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ว่าเป็นหัวใจสำคัญของโครงการย้ายถิ่นฐาน (Transmigrasi) โดยชี้ว่าจากสองตัวชี้วัดนี้ โครงการย้ายถิ่นฐานจะสามารถขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
นาย AHY กล่าวว่า การใช้ประโยชน์สูงสุดจากพื้นที่ย้ายถิ่นฐานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้โครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนไปแล้วต้องไร้ประโยชน์ หากพื้นที่ใดยังขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลพร้อมที่จะพัฒนาให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของชุมชนและความได้เปรียบของท้องถิ่นนั้นๆ "เราต้องมั่นใจว่าพื้นที่ย้ายถิ่นฐานแต่ละแห่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ที่อยู่อาศัย ไฟฟ้า การสื่อสาร รวมถึงแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร หากเป็นพื้นที่เพาะปลูก ไม่ใช่แค่เพื่อการบริโภคในครัวเรือน แต่ยังรวมถึงระบบชลประทานสำหรับนาข้าวและสวนที่พวกเขาดูแล" AHY กล่าวในการประชุมประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงการย้ายถิ่นฐานปี 2569 ณ สำนักงานกระทรวงประสานงาน IPK กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569

นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานแล้ว AHY ยังได้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนของพื้นที่ย้ายถิ่นฐานและทรัพยากรมนุษย์ เนื่องจากทั้งทรัพยากรมนุษย์และพื้นที่ย้ายถิ่นฐานจำเป็นต้องมี "มูลค่าเพิ่ม" ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
AHY เชื่อมั่นว่าศักยภาพที่โดดเด่นของพื้นที่ย้ายถิ่นฐานและผู้ย้ายถิ่นฐานที่มีคุณภาพ จะสามารถดึงดูดการลงทุนเข้ามาช่วยยกระดับเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล "เราต้องเพิ่มมูลค่าศักยภาพที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ย้ายถิ่นฐาน และเชื่อมโยงศักยภาพเหล่านั้นเข้ากับพลังของทุน หมายถึงต้องมีการเข้ามาของภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และเทคโนโลยี รวมถึงผู้รับซื้อผลผลิต (off-taker) ที่สามารถดูดซับผลผลิตหรือสินค้าจากพื้นที่ย้ายถิ่นฐานได้ทันที" เขากล่าวเสริม
ด้วยเหตุนี้ AHY จึงเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของภาควิชาการในการเข้ามาช่วยระบุศักยภาพท้องถิ่นและทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่ย้ายถิ่นฐาน จากการวิจัยและศึกษาอย่างรอบด้าน การพัฒนาศักยภาพจะสามารถทำได้อย่างเต็มที่ ทำให้สามารถระบุ "ความได้เปรียบทางการแข่งขัน" และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับทั้งพื้นที่และผู้ย้ายถิ่นฐานได้อย่างยั่งยืน ตามรายงานจาก belanegara.co