belanegara – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณี (ESDM) ของอินโดนีเซีย นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมอบหมายให้ Balai Besar Pengujian Minyak dan Gas Bumi Lemigas ซึ่งเป็นหน่วยงานบริการสาธารณะ (BLU) มีอำนาจในการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ได้โดยตรง ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อนในห่วงโซ่อุปทาน และเร่งรัดกระบวนการจัดหาน้ำมันและก๊าซของประเทศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นายบาห์ลิลอธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้การซื้อน้ำมันเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประธานาธิบดีเดินทางเยือนต่างประเทศและมีโอกาสในการเจรจาซื้อน้ำมัน ท่านชี้แจงว่า "สิ่งนี้จะช่วยลดขั้นตอนที่ยืดเยื้อมานาน หากประธานาธิบดีมีการเจรจาความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ในเรื่องน้ำมันดิบ ก็สามารถดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐ (G-to-G) ได้ทันที และส่งต่อให้ Lemigas ดำเนินการในรูปแบบรัฐต่อธุรกิจ (G-to-B) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ" ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางใหม่ที่รวดเร็วและตรงไปตรงมามากขึ้น

อำนาจใหม่นี้ถูกกำหนดขึ้นตามระเบียบประธานาธิบดี (Perpres) ฉบับที่ 26 ปี 2026 ซึ่งวางกลไกการค้าและการนำเข้าน้ำมันดิบของประเทศ ภายใต้ระเบียบดังกล่าว Lemigas จะสามารถนำเข้าน้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง (BBM) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ได้ นายบาห์ลิลเสริมว่า "เป็นไปตามคำแนะนำของท่านประธานาธิบดีผ่านระเบียบนี้ ที่คาดหวังว่าการนำเข้าภาคพลังงาน ซึ่งรวมถึงน้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง หรือ LPG ในรูปแบบต่าง ๆ จะสามารถบริหารจัดการโดย BLU อย่าง Lemigas ได้เช่นกัน"
ยกตัวอย่างเช่น Lemigas จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงสัญญาการซื้อน้ำมันระหว่างอินโดนีเซียกับรัสเซีย ซึ่งเป็นผลจากการเยือนของประธานาธิบดีเมื่อไม่นานมานี้ การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดหาพลังงานของประเทศ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวอีกด้วย ตามที่ระบุในรายงานของ belanegara.co